ด้วยเหตุนี้ ชุยอันเฉียนจึงยิ่งใคร่รู้เกี่ยวกับกองทัพที่หลี่เย่ก่อตั้งขึ้นด้วยตนเองกองนี้
มาถึงบัดนี้ ตระกูลชุยกับหลี่เย่ต่างก็ผูกชะตาไว้ด้วยกันแล้ว ในช่วงสองปีที่ผ่านมา คนเก่าคนแก่ของตระกูลชุย ตลอดจนบัณฑิตและคนหนุ่มผู้มีความสามารถจำนวนมาก ต่างเข้าร่วมขุมอำนาจของหลี่เย่ การที่ชุยอันเฉียนยินดีเดินทางมายังผิงหลู แท้จริงแล้วก็เป็นการช่วยหลี่เย่จัดการงานเช่นกัน
แม้ฟู๋ฉุนเซินจะมีฐานะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาในนาม ทั้งยังเคารพนับถือเขาไม่น้อย ทว่ากิจการทหารล้วนอยู่ในมือฟู๋ฉุนเซิน ชุยอันเฉียนมิอาจก้าวก่ายได้แม้แต่น้อย
ในเมื่อวางเดิมพันทั้งหมดไว้กับบุตรเขยแล้ว ชุยอันเฉียนย่อมอยากรู้ว่า บุตรเขยของตนแตกต่างจากเหล่าเจ้าแคว้นอื่น ๆ มากเพียงใด
สิ่งที่เขาใคร่รู้ที่สุดก็คือ เหตุใดกองทัพของหลี่เย่จึงรบเก่งถึงเพียงนี้
หลังคนทั้งกลุ่มจัดการสนามรบเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางมุ่งหน้าไปทางตะวันออกต่อ ระหว่างทางชุยอันเฉียนเรียกฟู๋ฉุนเซินกับหานจุนเข้ามา แล้วเอ่ยข้อสงสัยของตนออกมา
ก่อนหน้านี้หลี่เย่กำชับไว้แล้วว่า บัดนี้ชุยอันเฉียนนับเป็นคนกันเอง ฟู๋ฉุนเซินจึงไม่ปิดบัง เล่าระบบของกองทัพเหลียงให้ฟังโดยละเอียด
แม้กองกำลังทหารประจำแคว้นในช่วงปลายราชวงศ์ถังจะมีลักษณะเฉพาะต่างกันไป แต่โดยเนื้อแท้แล้วก็แทบไม่ต่างกัน
ทหารประจำจวนของเว่ยป๋อก็เป็นเช่นนั้น หากได้เปรียบในการรบและมีผลประโยชน์ให้ไขว่คว้า พวกเขาก็เป็นดั่งพยัคฆ์ร้ายลงจากเขา ยากจะต้านทาน ทว่าพอรู้ว่าศัตรูเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งจริง ๆ และต้องแลกด้วยความสูญเสียอย่างหนัก ขวัญกำลังใจก็ย่อมตกต่ำจนแตกพ่ายได้ง่าย
กองทัพเป็นองค์กรที่ขาดเงินไม่ได้ก็จริง แต่กองทัพที่รบเพื่อเงินเพียงอย่างเดียว ย่อมไม่มีวันเป็นกองทัพเหล็กกล้า
