หลินชิงอวี๋ตัวแข็งทื่อ รู้สึกได้เพียงเลือดทั้งร่างไหลวูบขึ้นสมอง อับอายจนอยากมุดดิน
แต่ฮูหยินรองตระกูลลู่กลับไม่มีทีท่าตำหนิเธอแม้แต่น้อย ไม่พูดพล่ามทำเพลง ดึงเธอไปหลบหลังตัวเอง ปกป้องเธอราวกับแม่ไก่กันลูก แล้วตวาดลั่นใส่ลู่ซวิน
ท่าทางนั้นยากที่จะเชื่อมโยงกับคนที่วางแผนหลอกใช้เธอ
"ลู่ซวิน นายเกินไปแล้ว! นายดูสิ่งที่ตัวเองทำสิ มันใช่เรื่องคนหรือเปล่า? ถึงกับมารังแกสะใภ้ของบ้านเราที่ยังไม่ได้แต่ง! พวกสามตระกูลนี่ใจดำกับพวกเราสองตระกูลเกินไปแล้ว!"
ว่าแล้วเธอหันไปมองหลินชิงอวี๋ที่หน้าซีดเผือดและเต็มไปด้วยความยากลำบากใจ พูดอย่างเที่ยงธรรม
"อวี๋อย่ากลัวไปเลยนะ! ป้ามาจะช่วยหนูเอง!"
หลินชิงอวี๋ไม่ตอบ มองสำรวจอดีตแม่สามีอย่างระแวดระวัง ใจยิ่งสับสนหนัก
ลู่ซวินที่นั่งอยู่บนรถเข็นแสยะยิ้มเหยียด หลุดเสียงฮึเย็นชา
"พี่สะใภ้สองมาเช้าจังนะ! วางแผนร้ายกาจขนาดนี้ สงสัยจะเรียกท่านปู่มาแล้วกระมัง?"
หลินชิงอวี๋เพิ่งขมวดคิ้ว แม่ของลู่เหยียนก็ลากเธอออกไปข้างนอกอย่างรีบร้อน พลางพูดพลางเดิน
"อวี๋ อย่าไปฟังเขาใส่ร้ายนะหนู! ไม่ต้องกลัวด้วยนะ! วางใจได้ ป้ามาจัดการให้!"
ตอนนี้ในหัวหลินชิงอวี๋ยุ่งเหยิงไปหมด ไม่อาจตัดสินได้ว่าฮูหยินรองตระกูลลู่กับลู่ซวินใครเป็นคนดีใครเป็นคนเลว ทำได้เพียงปฏิเสธ
"ป้า หนูอยากกลับไปสงบสติอารมณ์คนเดียวก่อน"
แต่ฮูหยินรองตระกูลลู่ไม่ยอมให้โอกาสเธอเลย จับข้อมือเธอไว้แน่น เรี่ยวแรงมหาศาลลากเธอไปยังห้องโถงใหญ่ แล้วฟ้องท่านปู่ลู่
"ท่านพ่อครับ! คุณสามล่วงเกินสะใภ้ที่ยังไม่ได้แต่งของบ้านเรา! อวี๋ตัวขาวสะอาดเป็นของเขาไปแล้ว วันนี้ยังไงก็ต้องให้คำตอบ!"
ท่านปู่ลู่ฟังจบโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ตวาดไปทางชั้นสองว่า "ไอ้สัตว์ร้าย แกกลิ้งลงมาเดี๋ยวนี้!"
หลินชิงอวี๋ยืนอยู่ที่เดิม ใช้เล็บจิกฝ่ามือตัวเองอย่างทุกข์ใจ รู้สึกเจ็บปวดราวกับโดนมีดกรีด
ในนามเธอเป็นว่าที่หลานสะใภ้ของท่านปู่ลู่
ตอนนี้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เธอจะเผชิญหน้ากับลู่เหยียนและท่านปู่ยังไง?
ท่านปู่ลู่ตอนนี้ไม่สบายใจอยู่แล้วเช่นกัน เอามือกุมหน้าอก สายตาหันไปหาพ่อบ้าน "ไป! เร็วเข้า! ไปเอาตัวไอ้ลูกทรพีมาเดี๋ยวนี้!"
พ่อบ้านรับคำแล้วขึ้นชั้นบน เข็นรถเข็นของลู่ซวินเข้าลิฟต์ พามายังชั้นล่าง
พอตัวมาถึงห้องรับแขก ท่านปู่ลู่ก็ยกไม้เท้าขึ้นเคาะโต๊ะอบรม "อธิบายมา! เรื่องมันเป็นยังไง!"
ลู่ซวินยังไม่ทันอ้าปาก ฮูหยินรองตระกูลลู่ก็กระโจนเข้าไปหน้าสำนึก ปาดหน้าพูดก่อน
"ท่านพ่อ เมื่อคืนน้องเขยสามโดนคนในวงการค้ายัดยาปลุกเซ็กส์ เขากลับมาเห็นอวี๋มาพักที่บ้านเราก็เกิดคิดไม่ดี สั่งคนใช้ในบ้านไปฉุดคร่าอวี๋เข้าห้องเขา!"
สิ้นเสียง บอดี้การ์ดหลายคนก็เข็นคนใช้ที่หน้าบวมตาช้ำเข้ามา
คนใช้พอเข้ามาก็คุกเข่าลงทันที "ท่านปู่โปรดไว้ชีวิต! มันเป็นเพราะผมตาถั่ว จึงได้เชื่อฟังคำของนายสาม นายสามสั่งให้ผมทำอะไร ผมก็ไม่กล้าไม่ทำนะครับ!"
หลักฐานเสียเปรียบทั้งหมดชี้ไปที่ลู่ซวินในทันที!
แต่หลินชิงอวี๋กลับรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ทันใดนั้น สีหน้าเธอก็เปลี่ยนไป
ไม่ใช่ เรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือของลู่ซวิน!
เมื่อคืนที่ลู่ซวินกลับถึงห้อง ตอนแรกเห็นผู้หญิงแปลกหน้าบนเตียง ท่าทีของเขาโกรธมาก และยังบอกให้เธอไสหัวไป
น้ำเสียงนั้นไม่เหมือนกับว่ารู้เรื่องนี้มาก่อน
แต่มาไม่รู้เพราะอะไร อยู่ดี ๆ ก็เอาเธอจนได้ คงเป็นผลจากฤทธิ์ยา
พอนึกย้อนไปให้ดี ตัวเองก็เพลียหมดแรงหลังจากดื่มนมแก้วนั้น และนมแก้วนั้นก็เป็นฝีมือแม่ของลู่เหยียนที่ยกมาให้!
ทั้งหมดนี้คือฝีมือของฮูหยินรองตระกูลลู่!
พอคิดได้ถึงปัญหาในนี้ หลินชิงอวี๋ก็รีบออกเสียง "ไม่นะ...ท่านปู่..."
พูดยังไม่ทันจบ ลู่ซวินก็แสยะยิ้มขมขื่น "ผมรู้ว่าตอนนี้ไม่ว่าผมจะพูดอะไรก็เปล่าประโยชน์ เป็นความจริงที่ผมทำร้ายอวี๋ ผมยอมรับผิด จะถูกลงโทษหรือถูกเฆี่ยนผมก็ยอม"
หลินชิงอวี๋ชะงักไปทั้งตัว มองลู่ซวินอย่างประหลาดใจ
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมลู่ซวินถึงยอมรับทั้งหมดทั้งที่มันไม่ใช่ความผิดของเขา!
ปึง เสียงดังสนั่น
ท่านปู่ลู่ยกไม้เท้าขึ้นฟาดลงบนบ่าของลู่ซวินโดยตรง "ไอ้สารเลว! แกนี่มันสารเลว!"
ลู่ซวินส่งเสียงครางฮึ ฝืนทนรับไม้เท้านี้
หัวใจของหลินชิงอวี๋หนักอึ้ง เสียงตวาดดังลั่นเปี่ยมพลังของท่านปู่ลู่ดังขึ้นข้างหู
"บอกมา! แกจะจัดการยังไงกับเรื่องนี้!"
"ผมแต่งงานกับเธอ ผมจะรับผิดชอบ" ลู่ซวินตอบอย่างไม่ลังเล
ท่านปู่ลู่ฮึดฮัดเบา ๆ สีหน้าดูออกว่ารังเกียจเล็กน้อย "แกแต่งกับอวี๋น่ะเหรอ จะเรียกว่ารับผิดชอบได้? ดูสภาพเละเทะของแกสิ ต้องให้อวี๋ยอมแต่งกับแก แกถึงจะรับผิดชอบได้!"
ว่าแล้วท่านปู่ลู่ก็เหลือบมองพ่อบ้าน "ไป เอาแส้ประจำตระกูลมา"
พ่อบ้านหน้าซีดเผือด อดอ้อนวอนแทนลู่ซวินไม่ได้ "ท่านครับ สภาพของนายสามคงทนไม่ได้นะครับ ตั้งแต่อุบัติเหตุรถชนจนป่านนี้ยังไม่หายดีเลย ทนแค้นี่ได้ยังไงครับ"
"ไปซะ อย่ามากความ!" ท่านปู่เบิกตาขู่ พ่อบ้านก็ไม่กล้าใช้เลยแม้แต่น้อย
ไม่นาน พ่อบ้านก็เอาแส้ยาวมาให้
ท่านปู่ถือแซ่หนังหยาบ ๆ มองหลินชิงอวี๋แวบหนึ่ง
"ตาวันนี้ขอถามเจ้าสักคำ ถ้าเจ้าไม่ยอมแต่งกับไอ้ชาติชั่วของข้า ข้าจะเฆี่ยนมันให้ตายวันนี้เพื่อชดใช้! ส่วนค่าชดเชยอื่น ๆ ให้เจ้าเรียกได้เลย"
หลินชิงอวี๋มองลู่ซวินด้วยความรู้สึกปวดร้าว ส่วนลู่ซวินก็เงยหน้ามองเธอเหมือนกัน หน้าซีดเซียว ฝืนยิ้มให้เธอ
"ถ้าเธอเต็มใจแต่งกับผม ผมจะให้บ้านหลังหนึ่งกับเธอ ถึงตอนนี้ผมจะเป็นคนไร้ค่า แต่ก็จะทำให้สุดความสามารถเพื่อดีกับเธอ ถ้าไม่ยอม เธอก็เลี่ยงไปเสีย ไม่ต้องเห็นผมถูกเฆี่ยน"
พูดยังไม่ทันจบ ท่านปู่ก็ให้พ่อบ้านพาตัวไปคุกเข่าอยู่หน้าแผ่นป้ายบรรพบุรุษ
เสียงแส้ดังฟิ้ว! สะบั้นลงบนแผ่นหลังของเขา
ร่างของลู่ซวินสะท้านเฮือก ด้านหลังเสื้อเชิ้ตสีขาวเปื้อนเลือดเป็นผืนแดงในทันใด
หลินชิงอวี๋ใจสั่นสะท้าน ขอบตาพลันร้อนผ่าว
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าลู่ซวินที่คุกเข่าถูกเฆี่ยนอยู่บนพื้น ไม่ต่างอะไรกับตัวเองในอดีตที่ถูกน้องสาวป้ายความผิดว่าขโมยของ
ไม่มีใครฟังคำอธิบายของเธอ ไม่มีใครเชื่อเธอ
เธอกับเขาก็เหมือนกัน ต่างก็โดนคนอื่นวางแผน ปั้นแต่งใส่ความ ยังกับปลาบนเขียงที่รอให้คนอื่นมาชำแหละ
และเมื่อครู่มีประโยคหนึ่งของเขาที่โดนใจเธอจริง ๆ ที่บอกว่าจะให้บ้านกับเธอ
บางที แต่งงานกับเขา เธออาจจะหนีออกจากบ้านที่เหมือนรังหมาป่านั่นได้
แต่ลู่เหยียน...
เธอกับลู่เหยียนคบกันสามปีนะ!
จะเอาไงดีล่ะ?!
หลินชิงอวี๋หลับตาลงอย่างเจ็บปวด ภาพตอนแยกจากกับลู่เหยียนผุดขึ้นในหัว
เมื่อวานตอนเย็น เธอเล่าเรื่องที่ครอบครัววางแผนใช้เธอให้ฟัง เสนอวิธีไปจดทะเบียนก่อนเพื่อตัดทางครอบครัว
แต่ลู่เหยียนกลับบอกว่า "อวี๋ ผมว่ายังไงคนเป็นแม่ ถึงจะไม่ชอบลูกสาวของตัวเอง ก็คงไม่ถึงกับทำอะไรเกินเลย ระหว่างพวกคุณคงมีความเข้าใจผิดอะไรกันนะ?"
"อวี๋ วางใจนะ แม่ผมต้องดูแลคุณดีแน่ๆ ไม่มีอะไรแน่นอน คุณอยู่บ้านเราให้สบายใจ"
"อวี๋ ไม่ใช่ผมไม่อยากแต่งกับคุณนะ ผมแค่อยากให้มีพิธีขอแต่งงานก่อน แล้วค่อยไปจดทะเบียน"
"อวี๋ โอกาสไปสำรวจทางโบราณคดีครั้งนี้หายากมาก ผมไม่อยากปล่อยเลยจริง ๆ คุณรอผมนะ รอผมกลับมา แล้วเราแต่งงานกัน!"
ในหัว เสียงของลู่เหยียนช่างอ่อนโยนและงดงามราวความฝัน เหมือนยังดังก้องอยู่ในหู รั้งให้ใจของหลินชิงอวี๋เจ็บปวดราวกับจะแตกออก
แต่เสียงแส้ในความเป็นจริงดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า กระชากเธอกลับมาสู่ความจริงอย่างโหดร้าย ให้เผชิญหน้ากับความจริงเปื้อนเลือดนี่เพียงลำพัง
กลับไปไม่ได้แล้ว
เกิดเรื่องแบบนี้เมื่อคืน ทั้งเธอและลู่เหยียนก็กลับไปไม่ได้แล้ว
หลินชิงอวี๋ลืมตาขึ้น แววตาฉายถึงความเด็ดเดี่ยวที่จะตัดใจหลายส่วน
"ท่านปู่คะ หนูแต่ง! หนูยอมแต่งกับคุณอา!"