ฤดูใบไม้ร่วงยิ่งทวีความเย็น ลมอ่อนพัดเอื่อย ๆ
ฝนตกติดต่อกันหลายวัน อากาศชื้นแฉะ ทั้งหนาวทั้งอึดอัด
บริเวณที่พวกเธออยู่จัดว่าเป็นภาคใต้
แม้จะอยู่ทางใต้ แต่ในอพาร์ตเมนต์ของเสิ่นหนานจือก็ปูระบบทำความร้อนใต้พื้นไว้
เจ้าของร่างเดิมกลัวหนาวไม่ต่างจากเธอ
แค่เย็นนิดเดียวก็ทนไม่ไหวแล้ว
ต่อให้สวมเสื้อขนเป็ดราคาแพงที่สุด หากไม่มีธุระที่จำเป็นจริง ๆ อย่างต้องออกไปข้างนอกหรือไปเรียน เธอก็ยอมตายอยู่บ้านดีกว่า หลายวันมานี้ซางอวี๋จึงเป็นคนทำอาหารให้เธอกิน
สมกับเป็นนางเอกจริง ๆ ฝีมือทำอาหารนี่ไร้ที่ติ
ตอนนี้ยังไม่ถึงช่วงเปิดระบบทำความร้อนใต้พื้น
พูดตามตรง อุณหภูมิในห้องยังหนาวกว่าข้างนอกเสียอีก
แต่เสิ่นหนานจือยืนกรานว่าจะไม่ออกไปไหนถ้าไม่จำเป็น เอาแต่นอนขดอยู่ในผ้าห่ม
อากาศแบบนี้ ต่อให้ซางอวี๋หนีไปแต่งงานกับพระเอก
เธอก็ขี้เกียจตามไปอยู่ดี
ช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา ซางอวี๋ออกจากบ้านแต่เช้าและกลับดึกทุกวัน
ไม่รู้ว่าไปทำอะไรมา
เสิ่นหนานจือไม่เคยถาม เพราะในเมื่อเธอยกบัตรธนาคารให้อีกฝ่ายแล้ว
เงินเหล่านั้นก็เป็นสิทธิ์ของอีกฝ่ายที่จะใช้จ่าย
เธอไม่มีสิทธิ์ไปยุ่ง และก็ไม่อยากยุ่งด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เงินพวกนั้นกับชีวิตสุขสบายที่กำลังได้รับก็ควรเป็นของซางอวี๋ตั้งแต่แรก
เธอแค่อยากดีกับซางอวี๋ให้มากหน่อย
อย่างน้อยตอนจบเรื่อง อีกฝ่ายจะได้เหลือศพให้เธอครบทั้งร่างก็พอ
แค่นั้นเธอก็ซาบซึ้งจนร้องไห้โฮแล้ว
ค่าความรู้สึกดีไม่มีเพิ่มหรือลดสักนิด ไม่ขยับขึ้นลงเลย
ราวกับถูกเชื่อมติดไว้ด้วยกาวตราช้าง
