เสิ่นหนานจือเองก็รู้สึกถึงความซาบซ่านที่แล่นวาบมาจากภายในร่างกาย
พอคิดว่าท่าทางแบบนี้ของซางอวี๋ในตอนนี้ พระเอกยังไม่เคยเห็นมาก่อน
ก็ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมานิดหน่อย
สีหน้าของซางอวี๋เต็มไปด้วยความสุขสม ไม่มีท่าทีเหมือนถูกบังคับแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่าทำความสะอาดได้เกือบหมดแล้ว เสิ่นหนานจือก็รีบดึงมือกลับมา
หยิบทิชชูเปียกจากโต๊ะอาหารมาแผ่นหนึ่ง เช็ดคราบไวน์แดงที่เหลืออยู่บนมือให้สะอาด
โน้มตัวเข้าไปใกล้
มือขวาตบแก้มอีกฝ่ายเบา ๆ
นิ้วชี้เชยคางอีกฝ่ายขึ้น สายตาของซางอวี๋จึงถูกบังคับให้มองเสิ่นหนานจือ
ทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก
“ครั้งนี้แค่ลงโทษเท่านั้น ถ้าคราวหน้ายังให้ฉันจับได้ว่าเธอเข้าใกล้พี่กู้ยวนอีก... เธอก็น่าจะรู้วิธีจัดการของฉัน คราวหน้าคงไม่ได้มีแค่ให้เธอทำความสะอาดมือแล้ว เข้าใจไหม?”
นิ้วหัวแม่มือถูไล้ตรงมุมปากของอีกฝ่ายเบา ๆ
เสิ่นหนานจือเห็นซางอวี๋กลืนน้ำลายไม่หยุด ทั้งยังโน้มตัวเข้ามาข้างหน้าเล็กน้อย
จู่ ๆ ซางอวี๋ก็ขยับเข้ามาใกล้ เกือบจะจูบแก้มเสิ่นหนานจือเข้าแล้ว
ทำเอาเสิ่นหนานจือตกใจไปไม่น้อย
เธอตบแก้มอีกฝ่ายเบา ๆ
แล้วหัวเราะพลางด่าเสียงต่ำ “หมาเลว อยากทำอะไร?”
“เจ้านาย... วันนี้จูบกับผู้หญิงคนอื่นมาใช่ไหม?”
ดวงตาดำสนิทคู่นั้นจ้องเสิ่นหนานจือไม่วางตา ความปรารถนาในแววตายังไม่จางหายไป
ขอบตาแดงเรื่อ ดูน่าสงสารจับใจ
วันนี้ไม่รู้เป็นอะไร พอเห็นภาพเสิ่นหนานจือกับฉืออิน “จูบกันอย่างดูดดื่ม” อยู่ในรถ ก็โกรธจนตัวสั่น ถึงขั้นไม่สนใจเสิ่นหนานจือไปทั้งวัน ความรู้สึกประหลาดที่ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไรนี้ เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน และไม่รู้ด้วยว่าทำไมตอนนี้ตัวเองถึงสนใจเสิ่นหนานจือขึ้นมาได้?
