ซางอวี๋ไม่ได้ยิน
เดินตรงเข้าไปในครัว
แถมยังปิดประตูตามหลังด้วย
ฉืออินชี้มือไปทางนั้น พลางเบิกตากว้างมองเสิ่นหนานจือ
ราวกับกำลังต่อว่าอีกฝ่ายอยู่เงียบ ๆ ว่าทำไมถึงไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย
เสิ่นหนานจือปัดมือของอีกฝ่ายออกไปทันที
“พอเถอะ ตอนนี้เธอฟังแค่ฉันคนเดียว”
“อะไรนะ? อย่าบอกนะว่าเธอยังใช้วิธีปั่นหัวกับซางอวี๋อีก? นี่มันถึงขั้นสุดจริง ๆ แล้วเธอทำได้ยังไง รีบสอนฉันหน่อยสิ ฉันก็อยากลองใช้วิธีปั่นหัวกับกู้เหยียนบ้าง ให้เธอได้ลองรู้สึกว่าถูกควบคุมเป็นยังไง จะได้เชื่อฟังฉันแต่โดยดี”
ฉืออินตาเป็นประกายด้วยความอิจฉา ที่เห็นซางอวี๋เชื่อฟังเสิ่นหนานจือถึงขนาดนี้
ให้ความรู้สึกเหมือนเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่ไว้ในบ้านสักตัว
ตอนนี้เธออยากรู้วิธีอบรมของเสิ่นหนานจือสุด ๆ
เสิ่นหนานจือจะมีวิธีอบรมอะไรที่ไหนกัน?
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ซางอวี๋เชื่อฟังเธอ ก็เพราะอีกฝ่ายดูเหมือนเต็มใจทำเองทั้งนั้น
เธอไม่ได้มีส่วนช่วยอะไรเลย
ตอนนี้ค่าความรู้สึกดีของอีกฝ่ายยังติดลบอยู่ 560
อย่าเห็นว่าช่วงแรกเพิ่มค่าความรู้สึกดีได้เร็ว พอถึงช่วงหลัง โดยเฉพาะเมื่อค่าความรู้สึกดีขยับขึ้นมาเป็นบวกแล้ว จะเพิ่มได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ถึงตอนนั้นคงต้องเพิ่มระดับความเข้มข้นกันสักหน่อย และที่สำคัญที่สุดก็คือ ตอนนี้ซางอวี๋ไม่ใช่ลูกแกะน้อยแสนไร้เดียงสาน่ารักที่ใครจะรังแกก็ได้อีกต่อไป
แต่เป็นซางอวี๋ที่หวนคืนมาหลังเกิดใหม่ พร้อมกับกลายเป็นฝ่ายมืดแล้ว
