ซางอวี๋กอดเสิ่นหนานจือจากด้านหลังแน่น ริมฝีปากแดงผละออกจากติ่งหู
ศีรษะเล็กฟูฟ่องซุกลึกอยู่ตรงซอกคอของเธอ
อีกฝ่ายสูดดม ก่อนจะอ้าปากงับตรงลำคอและไหปลาร้าเบา ๆ จนเสิ่นหนานจือเจ็บ
แต่ต่อให้เธอออกแรงผลักสุดกำลัง ก็ผลักอีกฝ่ายไม่ออกอยู่ดี
คนคนนี้เหมือนกาวตราช้างที่ติดหนึบอยู่บนตัวเธอ สะบัดอย่างไรก็ไม่หลุด
“เป็นแค่ความสัมพันธ์แบบร่วมมือกันจริง ๆ เหรอ?”
ซางอวี๋ไม่พอใจกับคำตอบนี้เอาเสียเลย เธอคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับเสิ่นหนานจือน่าจะเกินกว่าคู่ร่วมงานธรรมดาแล้ว บ้านไหนเขาร่วมมือกันแล้วฝึกอีกฝ่ายเหมือนลูกหมากันบ้าง?
บางทีก็สั่งให้เธอคุกเข่า ทำท่าทางประหลาดเหลือเชื่ออยู่เป็นระยะ
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เธอเต็มใจทำเอง
เมื่อเทียบกับความสัมพันธ์แบบร่วมมือกันที่ห่างเหิน พฤติกรรมของพวกเธอสองคนจะสนิทสนมกันมากกว่านี้ไม่ได้หรือ?
ถึงอย่างไร คนที่แอบจูบเธอก่อนในห้องผู้ป่วยก็คือเสิ่นหนานจือ
ตอนนี้เธอเต็มใจเข้าใกล้อีกฝ่าย แต่อีกฝ่ายกลับหลบไปอยู่ห่าง ๆ
เธอไม่ใช่สัตว์ร้ายเสียหน่อย
“ใช่ ความสัมพันธ์แบบร่วมมือกัน ตอนแรกก็ตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอ? เธอก็รู้ว่าฉันไม่ใช่คนคนนั้น ฉันช่วยเธอชิงเอาบริษัทเสิ่นมา ส่วนเธอแบ่งทรัพย์สินให้ฉันหนึ่งในสิบ หรืออย่างน้อยหนึ่งในยี่สิบ แค่นี้เราสองคนก็ได้ประโยชน์กันทั้งคู่ ไม่เห็นจะไม่ดีตรงไหน เธอคงไม่คิดจะผิดคำพูดหรอกนะ?”
เสิ่นหนานจือเลิกดิ้นรนโดยสิ้นเชิง
