“เสี่ยวเฟิง ยื่นเท้ามาทางนี้สิ”
คำขอของฉินหรูอวี้ทำให้หลินเฟิงงุนงงอยู่บ้าง เขาจึงมองเธออย่างสงสัย
“หืม?”
ฉินหรูอวี้รวบผมทัดหูแล้วพับแขนเสื้อขึ้น ก่อนอธิบายว่า
“วันนี้เธอวิ่งวุ่นไปทั่ว คงเหนื่อยแย่ ฉันจะช่วยนวดให้”
พอได้ยินดังนั้น หลินเฟิงก็รู้สึกยินดีขึ้นมาทันที
“คุณน้าฉิน นวดเป็นด้วยเหรอ?” พูดจบเขาก็ไม่เกรงใจ ยื่นเท้าไปให้เธอทันที
ฉินหรูอวี้พยักหน้า วางเท้าของเขาบนตักอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วโน้มตัวลง
จากนั้นก็เริ่มบีบนวด
มือของเธออ่อนโยน แต่ลงน้ำหนักได้พอดี
หลินเฟิงรู้สึกสบายไปทั้งตัว ความเหนื่อยล้าก็คลายลงไม่น้อย
เขาเอนกายพิงผนังหินอย่างผ่อนคลาย แต่พอก้มหน้าลง สายตากลับอดมองไปยังเธอไม่ได้
ตอนนี้ฉินหรูอวี้ก้มหน้า สีหน้าจดจ่อ เส้นผมสองสามปอยตกลงข้างแก้ม
เพราะเธอโน้มตัวลง คอเสื้อเชิ้ตตัวหลวมจึงเปิดกว้าง
จากมุมที่หลินเฟิงมองอยู่
ทิวทัศน์เบื้องหน้าเผยให้เห็นอย่างชัดเจน ร่องลึกเย้ายวนปรากฏให้เห็นราง ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น หลินเฟิงยังประหลาดใจที่พบว่าเธอสวมเสื้อคลุมอยู่เพียงตัวเดียว...
นี่ต้องจงใจแน่ ๆ
พอคิดถึงตรงนี้ หลินเฟิงก็รู้สึกคอแห้งผาก
“คุณน้าฉิน เสี่ยวเสวี่ยหลับหรือยัง?” เขากลืนน้ำลาย ก่อนเอ่ยถามขึ้นมา
ฉินหรูอวี้หยุดมือแล้วมองหลินเฟิงอย่างสงสัย
“ไม่รู้สิ” เธอส่ายหน้า แล้วพยักหน้าทันที “น่าจะหลับแล้วล่ะ”
เธอไม่รู้จริง ๆ แต่ตอนที่ลุกขึ้นมาเงียบ ๆ เฉินหนิงเสวี่ยก็ไม่มีความเคลื่อนไหวเลยสักนิด
“งั้นมานี่สิ” หลินเฟิงขยับไปข้างหน้า เปิดที่ว่างด้านหลังให้เล็กน้อย
