“เจ้าหนุ่มทึ่ม ถ้าอยากได้ก็บอกน้าตรง ๆ สิจ๊ะ”
ระหว่างพูด ลมหายใจอุ่นร้อนของหญิงสาวก็พ่นรดใบหน้าหลินเฟิงอยู่ไม่ขาด
หลินเฟิงชะงักงัน
เดิมทีเขาคิดว่าฉินหรูอวี้จะโกรธเสียอีก ทำไมถึงกลับเป็นฝ่ายขยับเข้ามาหาเขาก่อนล่ะ?
หลินเฟิงรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
เขาหันไปมองแอ่งน้ำ ถึงได้พบว่ากลางแอ่งว่างเปล่า มีเพียงระลอกคลื่นบาง ๆ ไหวกระเพื่อมบนผิวน้ำ
สาวน้อยผมสีเงินคนนั้นจากไปอย่างเงียบเชียบแล้ว
ที่แท้ฉินหรูอวี้ก็ไม่เห็นอะไรเลย
หลินเฟิงเพิ่งจะถอนหายใจโล่งอก ก็พลันรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมา
เลือดลมที่พลุ่งพล่านจากภาพวาบหวิวเมื่อครู่ยังไม่สงบลง ทั้งสองแนบชิดกันเสียจนส่วนหนึ่งของร่างกายเขากำลังทาบอยู่ตรงจุดนั้นของฉินหรูอวี้พอดิบพอดี...
“น้าฉิน ขอโทษครับ ผม...”
หลินเฟิงกระแอมอย่างกระอักกระอ่วนสองครั้ง ก่อนรีบยันตัวลุกแล้วถอยห่าง
กลางป่ากลางเขาแบบนี้ สัตว์ร้ายอาจโผล่มาได้ทุกเมื่อ เขาไม่กล้าปล่อยตัวตามใจจริง ๆ
ฉินหรูอวี้คิดเพียงว่าเขายังหนุ่มและขี้อาย จึงเม้มปากหัวเราะเบา ๆ ไม่หยอกเขาต่ออีก ปัดเศษหญ้าออกจากตัวแล้วลุกขึ้นยืน “เอาละ ไม่ใช่ว่าจะอาบน้ำหรือไง? โคลนที่ติดตัวนี่เหนียวเหนอะหนะจะแย่ รีบไปล้างให้สะอาดเถอะ”
ทั้งสองเดินไปถึงริมแอ่งน้ำ
บนหาดกรวดริมฝั่งมีรองเท้าสีขาวคู่เล็กวางอยู่
“เอ๊ะ ทำไมถึงมีรองเท้าอยู่ตรงนี้ล่ะ แถมยังเป็นรองเท้าผู้หญิงด้วย”
ฉินหรูอวี้รีบเดินเข้าไปหยิบรองเท้าขึ้นมา ลองทาบกับเท้าตัวเอง แล้วดวงตาก็โค้งเป็นเสี้ยวจันทร์
“ขนาดพอดีเลย”
“ดีจัง ในที่สุดก็มีรองเท้าใส่สบายแล้ว”
รองเท้าคู่เดิมที่เธอสวมอยู่เป็นรองเท้าส้นสูงแบบสวม แม้ส้นจะสูงแค่สามสี่เซนติเมตร แต่ก็ไม่เหมาะกับการเดินในป่าอยู่ดี
