เฒ่าจางรีบหุบยิ้ม ชี้ไปด้านหลังซูอี้นั่ว
“คุณหนู ผมไม่ได้หัวเราะเยาะคุณนะครับ ผมเห็นไอ้หนุ่มที่คุณกำลังตามหาเดินมาหาถึงที่ต่างหาก”
ไอ้หนุ่มคนไหน?
ซูอี้นั่วชะงักไป ก่อนจะหันกลับไปมองอย่างสงสัย
เมื่อเห็นหลินเฟิงกำลังวิ่งตรงมาหา รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าหวานทันที
แต่เพียงชั่วพริบตา รอยยิ้มนั้นก็แข็งค้าง
หลินเฟิงเหงื่อท่วมศีรษะ ในอ้อมแขนยังโอบหญิงสาวคนหนึ่งที่สวมกระโปรงสั้นนักเรียนญี่ปุ่นอยู่ด้วย
ระหว่างวิ่ง หลินเฟิงคอยก้มดูอาการหญิงสาวในอ้อมแขนเป็นระยะ แววตาเต็มไปด้วยความร้อนใจและห่วงใย
เมื่อเห็นภาพนั้น ซูอี้นั่วก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
“คุณหนูซู รู้ไหมว่าค่ายของกั๋วเจี้ยนเต๋ออยู่ที่ไหน?” หลินเฟิงพุ่งมาถึงใต้ร่มไม้ในไม่กี่ก้าว แล้วถามทันที
“กั๋วเจี้ยนเต๋อ? ไม่รู้จัก” ซูอี้นั่วส่ายหน้า
“เขาเป็นต้นเรือของเรือสำราญ อ้อ ทุกคนเรียกเขาว่าพี่โก่ว” หลินเฟิงเสริม
“อ๋อ หมูอ้วนคนนั้นนี่เอง พวกเขาอยู่...” ซูอี้นั่วพูดได้ครึ่งประโยคก็ชะงักไป ก่อนจะถามขึ้นว่า “เดี๋ยวก่อน ทำไมฉันต้องบอกนายด้วย?”
หลินเฟิงจนปัญญา รีบเล่าอาการของเฉินหนิงเสวี่ยให้อีกฝ่ายฟัง
แต่พอฟังจบ ซูอี้นั่วกลับแค่เหลือบมองเฉินหนิงเสวี่ย
“เธอจะเป็นจะตายแล้วเกี่ยวอะไรกับฉัน?”
หลินเฟิงได้ยินแล้วก็เริ่มหงุดหงิด
แต่พอคิดอีกที ก็รู้สึกว่าซูอี้นั่วไม่ได้ผิดอะไร
ถึงอย่างไรทั้งคู่ก็ไม่ได้เป็นญาติมิตร ก่อนหน้านี้เขายังแอบดูอีกฝ่ายอาบน้ำด้วยซ้ำ ที่ไม่แทงเขาตายคาที่ก็นับว่าไว้หน้าแล้ว นางไม่มีเหตุผลต้องมายุ่งเรื่องของเขาจริง ๆ
เมื่อเห็นหลินเฟิงเงียบไป ซูอี้นั่วก็ชี้ไปยังเฉินหนิงเสวี่ยในอ้อมแขนเขา
“ถ้าอยากให้ฉันบอกก็ได้ แต่ต้องตอบมาตามตรงก่อนว่าเธอเป็นอะไรกับนาย?”
