มาแล้ว!
ทั้งสามคนกลั้นหายใจทันที ก่อนจะค่อย ๆ ย่องไปที่ปากถ้ำ
เห็นเพียงเงาร่างสูงโปร่งเดินออกมาจากป่า คนคนนั้นคือเฉินหนิงเสวี่ยนั่นเอง
มือหนึ่งของเธอหิ้วปูภูเขามาหลายตัว ส่วนอีกมือก็กำรากพืชที่ยังเปื้อนดินอยู่หลายเส้น
จางปู้ซานกับพวกตื่นเต้นจนแทบอดใจรอไม่ไหว รอให้เธอเดินเข้ามาติดกับเอง
แต่รออยู่นาน เฉินหนิงเสวี่ยก็ยังไม่ปีนขึ้นมา เสียงฝีเท้าก็เงียบไปแล้ว
เกิดอะไรขึ้น?
จางปู้ซานเริ่มสงสัย จึงค่อย ๆ ชะโงกหน้ามองลงไปอย่างระมัดระวัง
เห็นเฉินหนิงเสวี่ยยืนอยู่ตรงใต้ถ้ำ กำลังตรวจดูเถาวัลย์ที่ห้อยลงมาจากปากถ้ำ
ที่แท้ทุกครั้งก่อนออกจากถ้ำ เฉินหนิงเสวี่ยจะใช้เส้นผมของตัวเองผูกเศษไม้แห้งชิ้นเล็ก ๆ ไว้กับเถาวัลย์หลายเส้น
ถ้ามีใครอาศัยเถาวัลย์เหล่านี้ปีนขึ้นมา เศษไม้แห้งย่อมร่วงลงไปแน่นอน
แต่ตอนนี้ เครื่องหมายที่เธอผูกไว้หลายจุดกลับหายไปหมดแล้ว
มีคนเข้าไปในถ้ำ!
ถ้าเป็นเมื่อวาน เฉินหนิงเสวี่ยคงหันหลังวิ่งหนีไปทันที
แต่ตอนนี้เธอกลับลังเล
เธอคิดว่าคนในถ้ำมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นหลินเฟิง
ถึงอย่างนั้น ก็ยังประมาทไม่ได้
“หลินเฟิง ใช่คุณหรือเปล่า?” เธอส่งเสียงถามเบา ๆ ไปทางปากถ้ำอย่างหยั่งเชิง
ภายในถ้ำ จางปู้ซานกับคนอื่น ๆ มองหน้ากันไปมา
พวกเขาเองก็รู้แล้วว่าเหยื่อไหวตัวทันและรู้ว่ามีอันตราย อาจหนีไปได้ทุกเมื่อ
จางปู้ซานอายุมากเกินไป หากพูดเองคงถูกจับได้แน่ เขาจึงรีบส่งสายตาให้ชายหนุ่มที่อยู่ข้าง ๆ
