“คุณน้าฉิน ไม่เป็นไรหรอกครับ”
คำพูดของหลินเฟิงไม่ได้เป็นเพียงคำปลอบใจ
เพราะเขารู้ดีว่าโอกาสที่หน่วยช่วยเหลือจะมาถึงนั้นริบหรี่เต็มที ส่วนการได้ออกจากเกาะแห่งนี้ยิ่งไม่รู้ต้องรอไปอีกนานแค่ไหน
“คุณน้าฉิน จุดไฟก่อนเถอะครับ” หลังปลอบฉินหรูอวี้จนสงบลงแล้ว หลินเฟิงก็หยิบเชื้อไฟยื่นให้เธอ
พอมีอะไรให้ทำ เธอก็จะได้ไม่คิดฟุ้งซ่าน
ส่วนหลินเฟิงเตรียมจัดการศพ
หากไม่รีบจัดการ กลิ่นคาวเลือดจะเรียกสัตว์ป่าให้เข้ามาในไม่ช้า แล้วจะเกิดปัญหาตามมาไม่รู้จบ
โยนลงทะเลเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ก่อนหน้านั้น หลินเฟิงต้องทำฉมวกขึ้นมาใหม่อีกอัน
เดิมทีเขาคิดจะทำตามวิธีเดิม โดยเอาไขควงมัดติดกับท่อนไม้
แต่ระหว่างหาไม้ที่เหมาะ เขาก็สังเกตเห็นท่อเหล็กที่เพิ่งเอากลับมา
ที่ทำให้หลินเฟิงตื่นเต้นยิ่งกว่านั้นก็คือ
พอถอดปลอกพลาสติกตรงด้ามไขควงออก ปลายไขควงกลับสอดเข้าไปในปากท่อเหล็กได้พอดี
แถมยังติดแน่นสนิท เข้ากันไร้ช่องว่าง
นี่คือฉมวกที่แทบจะสมบูรณ์แบบ ทั้งความยาวและน้ำหนักกำลังพอดี
พอทำฉมวกเสร็จ หลินเฟิงก็คว้าข้อเท้าหวังเฉียง เตรียมลากเขาไปทางชายทะเล
แต่พอแตะตัวเขา หลินเฟิงก็ขมวดคิ้ว
ร่างของหวังเฉียงยังอุ่นอยู่ชัด ๆ
ต้องรู้ก่อนว่าเขาออกไปไล่ตามเฉินเจี้ยนไฉกับอีกคน อย่างน้อยก็ใช้เวลาไปกว่าหนึ่งชั่วโมง
“หวังเฉียงยังไม่ตายหรือ?”
หลินเฟิงนึกสงสัย ก้มลงเอานิ้วไปอังใต้จมูกอีกฝ่าย
แม้จะเบามาก แต่เขายังหายใจอยู่จริง ๆ
ไอ้สารเลวนี่ มันเป็นแมลงสาบฆ่าไม่ตายจริง ๆ
แต่ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ฉินหรูอวี้ก็ไม่ต้องแบกความผิดกับภาระทางใจจากการฆ่าคน
