.......
เวลานี้ คนที่เหลือก็ได้สติกลับมาเช่นกัน
พวกเขากรูเข้ามาหาหลินเฟิง ต่างแย่งกันบอกอาชีพของตัวเองและงานที่ทำได้
ถึงขั้นมีชายสองคนที่ได้รับบาดเจ็บคุกเข่าลงตรงหน้าหลินเฟิง น้ำตานองหน้า
พวกเขารู้ดีว่าถ้าติดตามคนอย่างหลิวอีโส่ว อย่าว่าแต่ได้กินเนื้อเลย แค่ซุปยังไม่มีให้ซด
ยามคับขันยังอาจถูกผลักออกไปเป็นแพะรับบาปอีกด้วย
เจ๊ลี่คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัด
ส่วนหลินเฟิง นอกจากมีทักษะเอาชีวิตรอดแล้ว ยังเล่นงานพวกหวังเฉียงที่ชั่วร้ายโหดเหี้ยมจนแตกพ่ายได้อีก
ติดตามเขาถึงจะมีทางรอด
เมื่อเห็นภาพนี้ หลิวอีโส่วก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟตามคาด
ไอ้พวกไร้ประโยชน์นี่แปรพักตร์ได้เร็วยิ่งกว่าใคร
แต่เขากลับทำอะไรไม่ได้เลย
ตำแหน่ง “หัวหน้าทีม” ของเขาแทบไม่เหลือความหมาย เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังอันเหนือชั้นของหลินเฟิง
หลินเฟิงฟังสิ่งที่คนพวกนั้นแนะนำตัวอย่างคร่าว ๆ
ไม่มีอะไรใช้ได้สักอย่าง
แต่เขาก็ยังตั้งใจสังเกตคนที่ไม่ได้ตามมาด้วย
นอกจากหลิวอีโส่วที่หน้าซีดเขียว กับหวงเหมาที่เบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์แล้ว
ยังมีชายชราร่างผอมแห้งอีกคน ตอนนี้เขากำลังหลบอยู่หลังหลิวอีโส่ว คล้ายจงใจหลีกเลี่ยงสายตาของหลินเฟิง
หลินเฟิงขยับไปด้านข้างสองก้าว แล้วเพ่งมองให้ชัด
ชายชราร่างผอมคนนั้นกลับเป็นจางปู้ซาน พ่อสามีของเฉินหนิงเสวี่ย
เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
“คนนั้นมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่?” หลินเฟิงชี้ไปทางจางปู้ซาน
เมื่อได้ยิน ทุกคนก็หันกลับไปมอง สีหน้าเต็มไปด้วยความฉงนไม่ต่างจากหลินเฟิง
