“แม่” อวิ๋นเหยาที่เวินโหรวอุ้มอยู่เบะปาก แล้วร้องไห้เสียงดังขึ้นกว่าเดิม
อวิ๋นชูยืนอยู่ตรงประตู ดวงตาแดงก่ำราวกับกระต่ายน้อยน่าสงสาร
เวินโหรวเห็นเธอเข้าก็ยกมือกวักเรียก “เสี่ยวชู มาหาแม่สิ”
“แม่” อวิ๋นชูเดินเข้าไปหาแล้วกอดเอวเวินโหรวไว้
เวินโหรวก้มลงหอมแก้มลูกสาวทั้งสอง ก่อนจะช่วยเช็ดน้ำตาให้ “แม่จะไม่รักพวกเธอได้ยังไง พวกเธอก็เหมือนน้องชาย เป็นคนที่พ่อกับแม่รักที่สุดเหมือนกัน”
ฮั่วเหยียนชวนพยักหน้าตาม “แม่พูดถูกแล้ว พวกเธอเป็นคนสำคัญที่สุดของพ่อกับแม่เหมือนกับน้องชาย เพียงแต่น้องชายยังเล็กเกินไป ตอนพวกเธอยังเล็กก็เหมือนน้องชายนี่แหละ แม่ดูแลพวกเธอไม่ห่างถึงได้เติบโตขึ้นมาได้”
“แม่สัญญากับพวกเธอด้วยว่า ต่อไปไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน แม่ก็จะใส่ใจพวกเธอให้มากขึ้น” เวินโหรวพูดเสริม
เมื่อได้ยินเวินโหรวพูดเช่นนี้ เด็กทั้งสองถึงค่อยหยุดร้องไห้
ก่อนหน้านี้พวกเธอยังเด็ก จึงไม่รู้ว่าเวินโหรวเหนื่อยแค่ไหนกับการเลี้ยงดูพวกเธอ อีกทั้งตอนนั้นครอบครัวของพวกเธอยังอาศัยอยู่ในราบกึ่งทะเลทรายอีกด้วย
ตอนนี้พอโตขึ้นและรู้ความมากขึ้น พวกเธอก็ยิ่งเข้าใจความเหน็ดเหนื่อยของเวินโหรว
“แม่ หนูก็ผิดเหมือนกัน ต่อไปหนูจะไม่อิจฉาน้องชายอีกแล้ว” อวิ๋นเหยาขอโทษเวินโหรว
“ลูกไม่ได้ผิดหรอก เป็นแม่เองที่ละเลยพวกหนู ต่อไปแม่จะระวังให้มากขึ้น” เวินโหรวกอดเด็กทั้งสองไว้ แล้วปลอบพวกเธอเสียงเบา
ตอนกลางคืน เวินโหรวดูข้อสอบของอวิ๋นเหยา ถึงได้รู้ว่าลูกสาวพัฒนาขึ้นมากขนาดนี้
“เหยาเหยาเก่งมาก สอบได้คะแนนดีขนาดนี้ อยากได้อะไรบอกแม่มา แม่จะซื้อให้” เวินโหรวถือข้อสอบของอวิ๋นเหยาไว้ พลางชมอย่างดีใจ
ถ้าเป็นเมื่อก่อน อวิ๋นเหยาคงขอของเล่นที่ตัวเองชอบแน่นอน
แต่ตอนนี้เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกเวินโหรวว่า “หนูอยากให้แม่ทำของอร่อย ๆ ให้กิน”
“แค่นี้เองไม่เห็นยากเลย คืนนี้แม่จะทำให้พวกหนูกิน” เวินโหรวลูบศีรษะอวิ๋นเหยา
แม้ฮั่วเหยียนชวนจะทำอาหารอร่อยมาก แต่ก็ยังไม่อร่อยเท่าฝีมือเวินโหรว
เด็ก ๆ ชอบกินอาหารฝีมือเวินโหรวกันทุกคน เพียงแต่หลังจากเธอคลอดลูก ก็ยุ่งกับการเลี้ยงลูกทุกวัน จึงไม่ค่อยได้ทำอาหารให้คนในครอบครัวกิน
