ตอนนี้เวินโหรวได้ฟังเรื่องระหว่างเผิ่งเช่ากับอิ้นซูเหวินจากเซียวซุนแล้ว ความสงสัยในใจก็คลี่คลายลง
ดูเหมือนที่เธอเดาไว้จะไม่ผิด ไม่น่าแปลกใจที่สายตาของอิ้นซูเหวินยามมองเธอมักแฝงความเป็นศัตรู ที่แท้ทั้งหมดก็เป็นเพราะเผิ่งเช่านี่เอง
“ไม่คิดเลยว่าอิ้นซูเหวินจะรักมั่นขนาดนี้ รอเผิ่งเช่ามาตั้งหลายปีเลยเหรอ”
เวินโหรวอดถอนใจไม่ได้ แต่ดูจากท่าทีของเผิ่งเช่าแล้ว เหมือนเขาจะไม่ค่อยสนิทกับอิ้นซูเหวินเท่าไร
“ตอนตระกูลเผิงเกิดเรื่อง ตระกูลที่สนิทกันต่างพากันหนีเร็วกว่าใคร ตระกูลแซ่อิ้นก็เป็นหนึ่งในนั้น ต่อมาอิ้นซูเหวินพยายามหาทางช่วยเหมือนกัน แต่ก็ไม่มีประโยชน์” เซียวซุนเอ่ยขึ้น
อย่างไรเขาก็เคยเป็นเพื่อนร่วมงานกับอิ้นซูเหวิน พอเห็นเธอรอมาเนิ่นนานขนาดนี้ ในใจก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้
เขาจึงเคยพูดเป็นนัย ๆ เพื่อเกลี้ยกล่อมให้เธอล้มเลิก แต่ดูเหมือนอิ้นซูเหวินจะปักใจอยู่กับเผิ่งเช่า ใครไปเกลี้ยกล่อมก็เป็นอันต้องทะเลาะกัน สุดท้ายเขาจึงได้แต่เลิกพยายาม
เมื่อพูดถึงเรื่องของทั้งสองคน เซียวซุนก็พูดต่อว่า “ได้ยินว่าตอนแรกผู้ใหญ่ของทั้งสองตระกูลพยายามจับคู่ให้พวกเขา เกือบจะได้แต่งงานกันแล้วด้วยซ้ำ”
พอได้ยินเซียวซุนพูดแบบนั้น เวินโหรวก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี
ไม่น่าแปลกใจที่เผิ่งเช่ามีท่าทีเย็นชากับอิ้นซูเหวินขนาดนั้น หากเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับใครก็คงยากจะสงบใจได้เหมือนเผิ่งเช่าจริง ๆ
เรื่องที่ตระกูลแซ่อิ้นอยากรักษาตัวเองให้พ้นภัย เธอก็เข้าใจได้
แต่ทั้งสองตระกูลคบหากันมาหลายปี เรื่องนี้คงทำให้ตระกูลเผิงผิดหวังอย่างสิ้นเชิง
อิ้นซูเหวินเอาแต่พูดว่าชอบเผิ่งเช่า แต่กลับไม่เคยทำอะไรเพื่อเขาเลย หากเธอมีใจให้เขาจริง ๆ ชาติก่อนตระกูลเผิงก็คงไม่เหลือเผิ่งเช่าอยู่เพียงคนเดียว
เผิ่งเช่าปฏิบัติต่ออิ้นซูเหวินแบบนั้นก็นับว่าไว้หน้าเธอมากพอแล้ว
เวินโหรวไม่ได้อยู่ในห้องพักผู้ป่วยนานนัก พรุ่งนี้ฮั่วเหยียนชวนจะออกจากโรงพยาบาล เธอต้องกลับไปบอกคนที่บ้านก่อน
เธอเพิ่งเดินออกจากห้องพักผู้ป่วย ก็พบอิ้นซูเหวินที่ดวงตาแดงก่ำ
