“แม่บุญธรรม คุณ...” เวินโหรวได้ยินคำพูดสั่งเสียของซ่งอวี่ชิวแล้วรู้สึกเศร้าใจ เธอทำใจยอมรับไม่ได้เลยว่าซ่งอวี่ชิวกำลังจะจากไป
ศาสตราจารย์เผิงบอกว่า จู่ ๆ เธอก็ใจลอยจนสะดุดล้ม นอนอยู่ในบ้านทั้งวันโดยไม่มีใครพบ กว่าจะมีคนเจอก็อยู่ในสภาพนี้แล้ว
เวินโหรวรู้สึกว่าเรื่องนี้แปลกมาก ทั้งที่เมื่อสองวันก่อนเธอยังเปี่ยมไปด้วยความหวังในชีวิตอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้
เธอยังหาลูกชายของตัวเองไม่เจอ ครอบครัวก็ยังไม่ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากัน ทำไมถึงต้องจากไปเสียแล้วล่ะ
หรือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในชาติก่อนจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้จริง ๆ
ศาสตราจารย์เผิงยืนอยู่ข้าง ๆ มองคนรักกำลังจะจากไป แต่ตัวเองกลับทำอะไรไม่ได้เลย ในใจทั้งเจ็บปวดและสงสาร ทั้งยังรู้สึกผิดอย่างลึกซึ้ง
เป็นเพราะเขา ภรรยาถึงต้องพลอยลำบาก ถูกส่งไปชนบทด้วยกันกับเขา
แต่เขากลับดูแลเธอไม่ดี มองร่างกายของเธอทรุดโทรมลงทุกวัน แต่ไม่มีปัญญาหาเงินมารักษาเธอ
“เหล่าเผิง” ซ่งอวี่ชิวเรียกศาสตราจารย์เผิง
ศาสตราจารย์เผิงเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปยืนข้างเวินโหรว แล้วยื่นมือไปกุมมือภรรยาไว้แน่น
“เหล่าเผิง หลังจากฉันจากไปแล้ว คุณต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ ถึงฉันจะไม่มีวันได้เห็นวันที่ครอบครัวเรากลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกแล้ว แต่คุณห้ามเลิกตามหาลูกชายของเรานะ”
ศาสตราจารย์เผิงจับมือเธอไว้ น้ำตาไหลอาบแก้ม พยักหน้าอย่างอาลัยอาวรณ์
“เสี่ยวชิว ผมสัญญา ผมจะหาลูกของเราให้เจอ”
เมื่อได้ยินคำตอบของเขา ซ่งอวี่ชิวก็วางใจ
ตอนนี้สติของเธอเริ่มเลือนรางแล้ว เธอมองเวินโหรวกับศาสตราจารย์เผิง พลางเผยรอยยิ้มสุดท้ายออกมาอย่างช้า ๆ ก่อนจะหลับตาลงและจากไปตลอดกาล
“แม่บุญธรรม” เวินโหรวเรียกเสียงเบา แต่ครั้งนี้ซ่งอวี่ชิวไม่ลืมตาขึ้นมาอีกแล้ว
วินาทีนั้น น้ำตาของเธอก็ไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่
แม้จะได้อยู่กับซ่งอวี่ชิวไม่นาน แต่ซ่งอวี่ชิวก็ปฏิบัติต่อเธออย่างดีมาก
เธอยังอยากเล่าเรื่องซ่งอวี้หลานกับฮั่วเหยียนชวนให้ซ่งอวี่ชิวฟัง น่าเสียดายที่ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว
“ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเอง ผมดูแลเธอไม่ดี ทำให้เธอต้องลำบากมามากมายขนาดนี้” ศาสตราจารย์เผิงก้มหน้า น้ำเสียงสะอึกสะอื้น
