เวินโหรวยืนยิ้มอยู่ด้านหลังพวกเขา แล้วก็เห็นว่าใบหน้าของเวินจีเหนียนแดงยิ่งกว่าเดิม
เห็นพวกเขามีความสุขกันขนาดนี้ เวินโหรวก็พลอยดีใจไปด้วย
ที่สำคัญที่สุดคือ ในที่สุดพี่รองก็เดินออกมาจากเรื่องในอดีตได้เสียที เธอเชื่อว่าพอมีถานหลินอยู่ด้วย ต่อไปชีวิตของพวกเขาจะต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอน
ถานหลินรู้ว่าเวินจีเหนียนขี้อาย หลังจากกอดเขาแล้วก็ปล่อยมือ
จากนั้นเธอก็เดินไปหาเวินโหรว ยื่นมือไปคล้องแขนเธอไว้
“เสี่ยวโหรว เข้ามาเร็ว”
นาน ๆ ทีเวินโหรวจะมาที่บ้านเธอสักครั้ง ถานหลินจึงตั้งใจจะต้อนรับเธอให้ดี
ถ้าเธอแต่งงานกับเวินจีเหนียน ต่อไปพวกเขาก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว
ในฐานะว่าที่พี่สะใภ้รอง ถานหลินเอ็นดูเวินโหรวมาก
เธอเคยได้ยินเวินจีเหนียนเล่าเรื่องสมัยเด็กของเวินโหรว โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าเวินโหรวเกือบถูกหลี่ซิ่วอิงขายทิ้ง ก็ยิ่งรู้สึกสงสารเธอ
เมื่อรู้ว่าเวินโหรวเติบโตมาอย่างยากลำบาก บวกกับเรื่องของโจวต้าหย่งในตอนนั้น ถานหลินจึงอยากดีกับเธอจากใจจริง อยากชดเชยความทุกข์ยากที่เธอเคยพบเจอ
ถึงขั้นว่าทุกครั้งที่เจอฮั่วเหยียนชวน เธอต้องคอยเตือนเขาว่าให้ดีกับเวินโหรวมาก ๆ ไม่อย่างนั้นเธอจะไม่ยอมปล่อยเขาไว้แน่
คนที่รู้จักเวินโหรวอย่างแท้จริงเท่านั้นถึงจะรู้ว่า กว่าเธอจะมีวันนี้ได้ลำบากแค่ไหน
ถานหลินแทบไม่เคยนับถือใคร เวินโหรวเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น
“อยากกินอะไรล่ะ เดี๋ยวให้พี่รองทำให้” ถานหลินจูงเวินโหรวไปนั่งบนโซฟา
เวินโหรวส่ายหน้า “ฉันกำลังจะบอกคุณพอดี วันนี้เป็นวันตงจื้อ เดี๋ยวไปห่อเกี๊ยวกินที่บ้านฉันกัน”
พอถานหลินได้ยินก็ยินดีตอบตกลงทันที
“ได้เลย เดี๋ยวฉันกับพี่รองไปซื้อเนื้อกับผัก”
ถานหลินพูดพลางเก็บของเล็กน้อย ก่อนล็อกประตูแล้วออกไปกับเวินโหรวและเวินจีเหนียน
ระหว่างทาง ถานหลินกับเวินจีเหนียนแวะไปซื้อของ ส่วนเวินโหรวกลับบ้านไปก่อนคนเดียว
คิดว่าพวกเขาสองคนกว่าจะได้เจอกันแต่ละครั้งก็ไม่ง่าย เธอจึงไม่อยากเป็นก้างขวางคอไปรบกวนเวลาที่ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกัน
เวินโหรวกลับถึงบ้านได้ไม่นาน ฮั่วเหยียนชวนก็กลับมา
นับตั้งแต่ย้ายมาประจำที่จิงชื่อ งานของเขาก็ไม่ยุ่งเหมือนเมื่อก่อน จึงมีเวลาอยู่กับเวินโหรวและลูก ๆ มากขึ้น
