เวินโหรวไม่สนใจเสียงซุบซิบนินทาในเขตบ้านพักครอบครัว หลังจากเช่าที่ดินได้แล้ว เธอก็ให้พี่สะใภ้หวังนำประกาศรับสมัครคนงานพร้อมจ่ายค่าจ้างไปติดไว้ตรงปากทางเข้าหมู่บ้านต่าง ๆ ในละแวกนั้น
ตอนแรกยังมีคนไม่ค่อยกล้าเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง จนมีคนลองติดต่อพี่สะใภ้หวังดู ถึงได้เชื่อในที่สุด
คนเหล่านั้นกลับไปก็ช่วยบอกต่ออีกระลอก จากนั้นคนที่มาสมัครก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เวินโหรวกำหนดค่าจ้างไว้วันละหนึ่งหยวน จ่ายกันทุกวัน เหมือนเมื่อก่อนที่ไปทำงานแลกคะแนนแรงงาน
แต่ก็มีมาตรฐานอยู่ หากทำงานไม่ได้ตามเกณฑ์ก็จะถูกหักค่าจ้าง
ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนมาสมัครเป็นจำนวนมาก
เมื่อเทียบกับการทำงานให้ตัวเอง ซึ่งสุดท้ายก็ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินได้หรือเปล่า พวกเขายินดีรับค่าจ้างที่จับต้องได้มากกว่า
เวินโหรวเช่าที่ดินทั้งหมดสิบหมู่เพื่อปลูกเห็ด ตามราคาที่เธอขายได้ก่อนหน้านี้ ที่ดินหนึ่งหมู่ปลูกเห็ดหนึ่งรอบน่าจะทำกำไรได้สามพันกว่าหยวน ถ้าคิดแบบระมัดระวัง ที่ดินสิบหมู่ก็น่าจะได้อย่างน้อยสามหมื่นหยวน
เธอเลือกคนงานมาทั้งหมดยี่สิบคน ให้สองคนรับผิดชอบที่ดินหนึ่งหมู่ ส่วนพี่สะใภ้หวังกับคนอื่น ๆ ไม่ต้องลงไปทำงานในแปลง แค่คอยสอนและชี้แนะคนงานเหล่านั้นก็พอ
ค่าจ้างของทุกคนเท่ากัน รวมถึงพี่สะใภ้หวังด้วย แม้งานของเธอจะสบายกว่าคนที่ต้องลงแปลงอยู่บ้างก็ตาม
คำนวณดูแล้ว ค่าจ้างต่อวันน่าจะอยู่ที่ประมาณยี่สิบห้าหยวน รอบนี้เธอจะเน้นปลูกเห็ดขาวเป็นหลัก โดยใช้ที่ดินแปดหมู่ปลูกเห็ดขาว ส่วนอีกสองหมู่ปลูกเห็ดนางรม
เห็ดรุ่นแรกต้องใช้เวลาราวยี่สิบวันกว่าจะโต เมื่อนับรวมเวลาเก็บเกี่ยวด้วยก็ประมาณหนึ่งเดือน
คำนวณแล้ว เธอจ่ายค่าจ้างแค่เดือนละเจ็ดร้อยห้าสิบหยวนเท่านั้น สำหรับเธอแล้วไม่ถือว่ามาก
เงินเจ็ดร้อยห้าสิบหยวนนี้ช่วยแบ่งเบาภาระให้เธอได้ไม่น้อย แถมกำไรที่อยู่เบื้องหลังก็ยังมหาศาลอีกด้วย
หลังรับสมัครคนงานเรียบร้อยแล้ว เวินโหรวก็ไปสถานีเกษตรวิทยาอีกครั้ง
คราวนี้เธอต้องการเชื้อเห็ดจำนวนมาก สถานีเกษตรวิทยาประจำตำบลรองรับไม่ไหว เธอจึงนำจดหมายแนะนำที่กองทัพออกให้เดินทางเข้าเมือง
