ดึกขนาดนี้ พอเห็นเวินโหรวมาที่นี่ อู๋ลี่ก็ประหลาดใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเธอ เขาก็ไม่กล้าชักช้า รีบไปปลุกทุกคนทันที
ตอนนั้นพี่สะใภ้หวังก็ถูกปลุกให้ตื่นเช่นกัน เธอสวมเสื้อคลุมออกมาดู พอเห็นเวินโหรวมาถึงบริษัทขนส่งดึกขนาดนี้ ก็รู้ทันทีว่าคงเกิดเรื่องขึ้นแล้ว
เมื่อทุกคนมารวมตัวกันครบแล้ว เวินโหรวจึงเล่าสถานการณ์ทางพื้นที่ภัยพิบัติให้พวกเขาฟังคร่าว ๆ
“ตอนนี้ฉันต้องการคนสักหลายคนไปกับฉัน ใครยินดีไปก็ไปลงชื่อกับอู๋ลี่ได้เลย”
การเดินทางไปส่งเสบียงยังพื้นที่ภัยพิบัติครั้งนี้เป็นไปโดยสมัครใจ เพราะสถานการณ์ทางอวี๋โจวยังคงอันตรายมาก พลาดเพียงนิดเดียวก็อาจถูกอุทกภัยพัดพาไปได้
เวินโหรวไม่ได้บังคับพวกเขา จะไปหรือไม่ก็ให้พวกเขาตัดสินใจกันเอง
แต่สิ่งที่เวินโหรวคาดไม่ถึงก็คือ พอได้ยินว่าจะไปช่วยเหลือพื้นที่ภัยพิบัติ ทุกคนก็ลงชื่อกันหมด แม้แต่หัวหน้ากองครัวคนก่อนก็ลงชื่อด้วย
“ถึงพวกเราจะปลดประจำการแล้ว แต่ตราบใดที่ประเทศชาติต้องการพวกเรา พวกเราก็พร้อมรับหน้าที่อย่างไม่ลังเล”
“ใช่ พวกเราทุกคนยินดีไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยกับคุณ”
“จะออกเดินทางเมื่อไหร่ ผมจะไปเตรียมตัวเดี๋ยวนี้เลย”
เมื่อเห็นทุกคนกระตือรือร้นกันขนาดนี้ทันทีที่รู้ว่าจะไปช่วยเหลือพื้นที่ภัยพิบัติ เวินโหรวก็รู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมา
แต่เมื่อคำนึงถึงทักษะการขับรถของพวกเขาในตอนนี้ เวินโหรวก็ยังไม่กล้าเสี่ยง
เธอจึงเลือกคนสามคนจากในกลุ่ม เตรียมให้ไปกับเธอ
ตอนนั้นเอง อู๋ลี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินดังนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า “ผมจะไปกับพวกคุณด้วย”
เวินโหรวหันไปมองเขา “ขาคุณยังไม่หายดีนะ”
“แผลแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก อีกอย่าง ในที่นี้นอกจากคุณแล้ว ยังมีใครขับรถเก่งกว่าผมอีกหรือ มีผมอยู่ด้วย อย่างน้อยก็ช่วยได้ในช่วงเวลาคับขัน”
ถึงอย่างไรตอนนี้อู๋ลี่ก็ยังเป็นทหาร แม้ขาจะบาดเจ็บ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจที่จะไปช่วยเหลือพื้นที่ภัยพิบัติของเขาลดน้อยลง
เวินโหรวมองเขา สุดท้ายก็ทำได้เพียงตอบตกลง
อู๋ลี่พูดไม่ผิด ตอนนี้ในบริษัทขนส่ง นอกจากเขาแล้ว คนอื่น ๆ เพิ่งเข้ามาฝึกได้ไม่นาน หากระหว่างทางเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา มีอู๋ลี่อยู่ด้วยก็ยังช่วยได้
