ถานหลินตั้งท้อง เวินจีเหนียนย่อมดีใจยิ่งกว่าใคร
เขากับถานหลินต่างก็ฝันอยากมีลูกของตัวเองมาตลอด
แต่พอดีใจแล้ว เขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้
ครั้งก่อนพวกเขารักษาลูกไว้ไม่ได้ เรื่องนั้นส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของถานหลินอย่างมาก ถึงขั้นเกือบถูกคนหลอก
เขากลัวว่าครั้งนี้สุดท้ายพวกเขาจะดีใจเก้ออีก ถึงจะมีความสุข แต่ก็ยังไม่กล้าดีใจจนออกนอกหน้า
“เรื่องนี้อย่าเพิ่งบอกใคร รอให้ครบสามเดือนแล้วเด็กในท้องแข็งแรงมั่นคงกว่านี้ค่อยว่ากัน” เวินจีเหนียนยังคงกังวลอยู่
ครั้งก่อนพอถานหลินตั้งท้อง เขาก็รีบแจ้งข่าวให้ญาติมิตรและคนในบ้านรู้ทันที คราวนี้ควรระมัดระวังไว้ก่อน
ถานหลินพยักหน้า เธอก็คิดแบบเดียวกัน
ตอนกลางคืนถานหลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมองเวินจีเหนียนแล้วเอ่ยว่า “ที่รัก ฉันอยากลาออก”
พอได้ยินถานหลินตัดสินใจเช่นนั้น เวินจีเหนียนก็ประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ก็รู้ว่าเธอคิดถึงลูกในท้อง
พวกเขารอคอยลูกคนนี้มานานหลายปี ในที่สุดก็ได้มาแล้ว จะปล่อยให้เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นอีกไม่ได้
อีกอย่าง งานของถานหลินในตอนนี้ค่อนข้างหนัก หากเธอยังทำต่อไป ร่างกายคงรับไม่ไหว แล้วอาจส่งผลกระทบต่อลูกในท้องด้วย
“แล้วงานของคุณล่ะ…”
เวินจีเหนียนรู้ดีว่ากว่าถานหลินจะมาถึงตำแหน่งนี้ เธอต้องทุ่มเทความพยายามไปมากแค่ไหน หากลาออกไปทั้งอย่างนี้ ความพยายามที่ผ่านมาไม่สูญเปล่าหรือ
“ไม่มีงานก็หางานใหม่ได้ แต่ลูกเป็นสิ่งที่พวกเรารอคอยมาอย่างยากลำบาก ฉันจะปล่อยให้เขาเป็นอะไรไปไม่ได้” ถานหลินลูบท้องตัวเอง สีหน้าหนักแน่น
ด้วยความสามารถของเธอ หากอยากหางานใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
“ถ้าหางานไม่ได้จริง ๆ ฉันก็ไปทำงานกับเสี่ยวโหรว ช่วยคุณดูแลส่วนงานต่างประเทศด้วยก็ได้” ถานหลินคิดแผนสำหรับอนาคตไว้แล้ว
“ภรรยาผมลำบากแล้วนะ” พอเวินจีเหนียนได้ยินก็รู้สึกปวดใจ เขายื่นมือโอบกอดเธอไว้ สำหรับลูกคนนี้ถานหลินยอมเสียสละมามากเหลือเกิน
“ฉันไม่ลำบากหรอก ขอแค่ลูกของเราเกิดมาอย่างปลอดภัย ต่อให้ต้องทำอะไรฉันก็ยอม” ตอนนี้ถานหลินตื่นเต้นมาก เธอตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะไปยื่นลาออก
พอคู่แข่งของถานหลินได้ยินว่าเธอจะลาออก ต่างก็ชะเง้อคอรออย่างใจจดใจจ่อ อยากเข้ามาแทนที่เธอเต็มที
