ห่าวกังที่เดินตามฮั่วเหยียนชวนอยู่ข้างหลังก็เห็นเวินโหรวเข้าในตอนนั้น เขาเองก็ชะงักไป
“พี่สะใภ้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ?”
เขามองไปทางฮั่วเหยียนชวน ก็เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายหม่นคล้ำจนน่ากลัว
“จะเข้าไปทักไหมครับ?” ห่าวกังถาม
ฮั่วเหยียนชวนดึงสายตากลับมา สีหน้ากลับเป็นปกติอีกครั้ง
“ไม่ต้อง ทำธุระสำคัญก่อน”
ครั้งนี้พวกเขามาปฏิบัติภารกิจ จึงห้ามทำให้ฝ่ายตรงข้ามไหวตัวก่อนเด็ดขาด
ฮั่วเหยียนชวนพาคนเข้าไปในห้องส่วนตัวห้องหนึ่ง เวินโหรวไม่รู้ว่าพวกฮั่วเหยียนชวนมาที่นี่ทำไม แต่พอเห็นสีหน้าของเขาก็รู้ว่าต้องมีธุระสำคัญแน่
เพื่อไม่ให้เป็นตัวถ่วง เวินโหรวจึงทำเหมือนไม่รู้จักเขา แล้วนั่งลงกับเผิ่งเช่า
เผิ่งเช่าเห็นสายตาที่เวินโหรวมองไปเมื่อครู่เช่นกัน จึงถามว่า “คุณรู้จักพวกเขาเหรอ?”
เวินโหรวไม่รู้ว่าพวกฮั่วเหยียนชวนกำลังปฏิบัติภารกิจอะไรอยู่ จึงไม่กล้าเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของเขาให้เผิ่งเช่ารู้ง่าย ๆ
เธอจึงส่ายหน้า “ไม่รู้จัก”
พอพูดจบ เธอก็เห็นฮั่วเหยียนชวนที่เดินมาถึงหน้าห้องส่วนตัวมีสีหน้าหม่นคล้ำยิ่งกว่าเดิม
เวินโหรวไม่รู้เลยว่าท่าทีของเธอในตอนนี้ เมื่ออยู่ในสายตาฮั่วเหยียนชวน ดูราวกับกลัวถูกจับได้ว่ามีชู้ จึงพยายามปกปิดความจริงต่อหน้าชู้รักอย่างสุดชีวิต
ห่าวกังที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินทุกอย่าง พอเห็นสีหน้าของฮั่วเหยียนชวนก็ยิ่งดูมืดมนกว่าเมื่อครู่
ทันทีที่พาคนเข้าไปในห้องส่วนตัว เขาก็เริ่มเตรียมการ
ช่วงหลายวันที่เขาตามเวินโหรวไปชนบท จารชนสองคนที่จับได้คราวก่อนหนีไปแล้ว
กองทัพจึงเรียกฮั่วเหยียนชวนกลับไปด่วน ให้เขารีบนำคนไปจับกุม หากสองคนนั้นกล้าขัดขืน ก็ให้ยิงทิ้งได้ทันที
เดิมทีเขาตั้งใจจะขับรถกลับกองทัพ แต่ระหว่างทางได้รับข่าวว่าจารชนสองคนนั้นจะนัดพบคนอื่นที่ภัตตาคารของรัฐ
เพื่อไม่ให้ไหวตัว ฮั่วเหยียนชวนจึงพาคนมาซุ่มรอล่วงหน้า
แต่เขาไม่คิดเลยว่าเวินโหรวจะยังไม่กลับเขตบ้านพักครอบครัว แถมยังมากินข้าวกับผู้ชายแปลกหน้าที่นี่อีก?
บังเอิญจริง ๆ ที่เวินโหรวกับเผิ่งเช่านั่งอยู่ในห้องส่วนตัวข้าง ๆ ห้องของฮั่วเหยียนชวน
