เผิ่งเช่าเพิ่งเดินออกมา ก็เห็นเวินโหรวถูกชายในชุดเครื่องแบบทหารอุ้มไป
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าเวินโหรวเป็นอะไร จึงได้แต่เดินตามไป
ห่าวกังจัดการจารชนพวกนั้นเสร็จแล้วจึงพาคนออกมา พอรู้ว่าเวินโหรวถูกฮั่วเหยียนชวนพาไปโรงพยาบาล ก็รีบตามไปทันที
วันนี้ถ้าไม่ได้เวินโหรวช่วยไว้ พวกพี่น้องของเขาคงต้องเสียชีวิตอยู่ที่นี่กันหมด
ฮั่วเหยียนชวนอุ้มเวินโหรวตรงไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด โชคดีที่โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากที่นี่
“หมอ...หมอ” ฮั่วเหยียนชวนเพิ่งเข้ามาในโรงพยาบาลก็รีบตะโกนเรียกเสียงดัง
พอได้ยินเสียง ไม่นานก็มีคนเดินเข้ามา
คนอื่น ๆ ในโรงพยาบาลเห็นฮั่วเหยียนชวนสวมชุดเครื่องแบบทหาร ต่างก็อดสงสัยไม่ได้ จึงหันมามองทางนี้หลายครั้ง
เมื่อเห็นเวินโหรวถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัด ฮั่วเหยียนชวนก็ได้แต่ยืนรออยู่หน้าประตูอย่างกระวนกระวาย
เมื่อครู่ตอนเผชิญหน้ากับจารชนสองคนนั้น แม้จะรู้ว่าตัวเขากับพวกพี่น้องต้องเสียชีวิต เขาก็ยังคงสงบนิ่ง
แต่ตอนนี้ เมื่อเห็นเวินโหรวถูกส่งเข้าห้องผ่าตัด หัวใจของเขากลับปั่นป่วนไปหมด
เขายืนอยู่หน้าห้องผ่าตัด ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและรู้สึกผิด มือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวยังคงสั่นน้อย ๆ จนถึงตอนนี้
จังหวะนั้นเอง เผิ่งเช่ากับห่าวกังก็มาถึง
“ผู้บังคับกองร้อย พี่สะใภ้เป็นยังไงบ้างครับ” ห่าวกังเห็นฮั่วเหยียนชวนก็รีบถาม
ฮั่วเหยียนชวนส่ายหน้า เขาเองก็ไม่รู้สถานการณ์ข้างใน
แต่เมื่อนึกถึงเลือดที่เวินโหรวเสียไปมากมายเมื่อครู่ กับท่าทางหวาดกลัวของเธอ เขาก็มีแต่ความเจ็บปวดใจและรู้สึกผิด ไม่รู้ว่าตอนนี้ควรทำอะไร
ห่าวกังเองก็เพิ่งเคยเห็นฮั่วเหยียนชวนเสียขวัญถึงเพียงนี้ แต่ตอนนี้เขาเข้าใจความรู้สึกของผู้บังคับกองร้อยดี
“คุณคือสามีของเวินโหรวใช่ไหม” เผิ่งเช่าได้ฟังบทสนทนาระหว่างฮั่วเหยียนชวนกับห่าวกังเมื่อครู่ จึงรู้ตัวตนของเขา
พอได้ยินเสียง ทั้งสองคนก็หันไปมองเผิ่งเช่าพร้อมกัน
เมื่อเห็นว่าเขาคือชายแปลกหน้าที่อยู่กับเวินโหรวในภัตตาคารของรัฐเมื่อครู่ ห่าวกังก็ชะงักไปทันที
“คุณเป็นใคร” ฮั่วเหยียนชวนหันไปมองเผิ่งเช่า แววตาฉายแววพินิจพิเคราะห์
