ถึงไม่มีคำฝากฝังของเผิ่งเช่า ฮั่วเหยียนชวนก็จะช่วยดูแลศาสตราจารย์เผิงอยู่แล้ว
ตอนเผิ่งเช่าเดินทางไป เขายังทิ้งที่อยู่ไว้ให้เวินโหรว บอกว่าหากมีเรื่องอะไรในอนาคตก็เขียนจดหมายไปหาเขาได้
เวินโหรวเก็บที่อยู่นั้นไว้ คิดว่าหากวันไหนมีเรื่องจำเป็น ที่อยู่นี้ก็คงช่วยได้
อย่างไรเสีย เขาก็เป็นมหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต เป็นนักธุรกิจชื่อดัง มีทรัพยากรดี ๆ อยู่ตรงหน้าแบบนี้ ไม่ใช้ก็เสียเปล่า
เผิ่งเสี่ยวว่านมาอยู่ที่นี่แล้ว ก็ไม่ได้คิดจะกลับไปอีก
ที่บ้านไม่มีญาติเหลือแล้ว อยู่ที่นี่เธอยังมีศาสตราจารย์เผิงเป็นเพื่อน ทั้งยังช่วยดูแลท่านได้ด้วย
แต่เรื่องงานของเธอกลับยุ่งยากอยู่บ้าง
ก่อนหน้านี้เธอเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง แต่โรงเรียนที่นี่เล็กมาก อีกทั้งคนแถวนี้ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษามากนัก ทั้งหมู่บ้านมีนักเรียนอยู่เพียงไม่กี่คน ตอนนี้จึงยังไม่จำเป็นต้องมีครูเลย
ที่จริงตอนเวินโหรวเพิ่งมาถึงที่นี่ เธอก็สังเกตเห็นปัญหานี้แล้ว
ทางเขตบ้านพักครอบครัวของกองทัพก็ไม่มีโรงเรียน เด็ก ๆ ในเขตบ้านพักต้องเดินทางไปเรียนไกลทุกครั้ง
ถ้าสร้างโรงเรียนที่นี่ได้ ไม่เพียงจะแก้ปัญหาเรื่องการเรียนของเด็ก ๆ ในเขตบ้านพัก แต่ยังสร้างงานให้คนมีความรู้ในหมู่บ้านใกล้เคียงได้ด้วย
พอกลับไปถึง เวินโหรวก็คุยเรื่องนี้กับฮั่วเหยียนชวน
“เรื่องที่คุณพูดถึง ทางกองทัพเคยพิจารณาไว้ก่อนแล้ว และเริ่มเตรียมดำเนินการแล้วด้วย เพียงแต่ยังแก้ปัญหาเรื่องเงินทุนไม่ได้”
ฮั่วเหยียนชวนเข้าใจว่าเวินโหรวอยากช่วยเผิ่งเสี่ยวว่าน แต่เรื่องนี้เร่งร้อนไม่ได้
“เรื่องเงินทุน... ง่ายจะตาย เผิ่งเช่าก็เป็นคนที่พร้อมช่วยอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”
ด้วยความสามารถของเผิ่งเช่า การลงทุนสร้างโรงเรียนสักแห่งจะเป็นเรื่องยากสำหรับเขาหรือ
พอได้ยินเวินโหรวพูดถึงเผิ่งเช่าอีกครั้ง สีหน้าฮั่วเหยียนชวนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงความหึงหวงอยู่หน่อย ๆ
“คุณรู้จักเขาดีเหลือเกินนะ”
ตอนนี้เวินโหรวเอาแต่คิดเรื่องสร้างโรงเรียน จึงไม่ได้สังเกตว่าสีหน้าของฮั่วเหยียนชวนผิดปกติ
เธอจึงตอบออกไปโดยไม่ทันคิด “แน่นอนสิ เขามีความสามารถขนาดนั้น”
