สิ่งที่เวินโหรวพูดก็ไม่มีอะไรผิด ไม่เพียงสมเหตุสมผล แต่ยังเป็นผลดีต่อเจียงเหยียนอีกด้วย
คนของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ถูกเธอโต้จนสีหน้าอึดอัด ตอนนี้ถึงได้รู้สึกเสียใจที่ตอนมาถึงไม่ได้ตรวจสอบให้ชัดเจนเสียก่อน จนเกิดความเข้าใจผิดใหญ่โตขนาดนี้
โดยเฉพาะผู้อำนวยการฟาง พอนึกถึงคำพูดที่ตัวเองเพิ่งพูดกับเวินโหรว ก็รู้สึกอับอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี
ตอนที่ได้รับจดหมาย พวกเขาก็คิดจะไปสืบหาความจริงก่อนเหมือนกัน แต่สุดท้ายพอฟังหลินอวิ๋นพูดไม่กี่คำ ก็พากันตามเธอมาที่นี่เสียแล้ว
อย่างไรเสียเจียงเหยียนก็เกี่ยวข้องกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ หลินอวิ๋นกังวลว่าเขาจะถูกคนรังแก หากเรื่องนี้กลายเป็นข่าวขึ้นมา ก็อาจกระทบชื่อเสียงของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ได้
ยิ่งไปกว่านั้น หลินอวิ๋นกับพ่อแม่ของเจียงเหยียนก็สนิทสนมกันมาก ทั้งยังอยากรับเลี้ยงเจียงเหยียนมาโดยตลอด
เพราะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว พวกเขาจึงอยากช่วยเธอแย่งสิทธิในการเลี้ยงดูเจียงเหยียนมาให้ได้
“ผู้อำนวยการฟาง ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นความเข้าใจผิด ผมรู้จักนิสัยของฮั่วเหยียนชวน รวมถึงภรรยาของเขาดี ผมเชื่อว่าถ้าพวกคุณไปสอบถามในกองทัพ ก็น่าจะรู้ว่าเธอไม่ใช่คนที่จะทารุณเด็ก อีกอย่าง พ่อแม่ของเจียงเหยียนก็เสียสละเพื่อชาติ หากเขาถูกทารุณหรือรังแกจริง ผมก็จะตรวจสอบเรื่องนี้ให้กระจ่าง”
ผู้บังคับการการเมืองจ้าวหันไปมองผู้อำนวยการฟาง แม้น้ำเสียงจะยังสุภาพ แต่สีหน้ากลับเคร่งขรึม
ต่อให้เรื่องนี้มีความเข้าใจผิด พวกเขาก็ควรตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน ไม่ใช่บุกมาถึงบ้านแล้วกล่าวโทษกันทันที
ที่นี่คือเขตบ้านพักครอบครัว ไม่ใช่ที่ให้พวกเขามาก่อเรื่องตามใจชอบ
ยิ่งไปกว่านั้น ในบรรดาคนพวกนี้ยังมีหัวหน้าแผนกของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ด้วย ถ้าไม่เห็นว่าพวกเขาสวมชุดทำงานของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์อยู่จริง ๆ เขาคงสงสัยไปแล้วว่าพวกเขาเป็นใครกันแน่
“ต้องขอโทษจริง ๆ เรื่องนี้เป็นความผิดของคนจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์อย่างเราเองที่ตรวจสอบไม่ชัดเจน ทำให้พวกคุณต้องเดือดร้อน” ผู้อำนวยการฟางมีสีหน้าอึดอัดมาก ก่อนจะเอ่ยขอโทษผู้บังคับการการเมืองจ้าว
