ตอนเที่ยง ฮั่วเหยียนชวนกลับมาพร้อมแตงโมสองลูก
ที่นี่เพิ่งเข้าสู่ฤดูร้อน ช้ากว่าที่อื่นเล็กน้อย แตงโมเพิ่งเริ่มวางขาย ราคาจึงแพงมาก
“ซื้อแตงโมมาด้วยเหรอ” เวินโหรวเห็นฮั่วเหยียนชวนซื้อมาเสียสองลูก ก็ถามอย่างดีใจ
“คุณไม่ได้อยากกินเหรอ วันนี้ผมไปตลาดพอดี เลยซื้อกลับมาสองลูก”
ฮั่วเหยียนชวนพูดพลางวางแตงโมไว้ในครัว จากนั้นก็ตักน้ำเย็นจากถังมาราดให้แตงโมเย็นจัด อีกเดี๋ยวจะได้กินกันแบบเย็นชื่นใจ
เวินโหรวชะงักไป เมื่อวานตอนกินข้าวเธอแค่พูดขึ้นมาลอย ๆ ว่าอากาศร้อนแบบนี้ ถ้าได้กินแตงโมแช่เย็นสักชิ้นคงสดชื่นน่าดู
ไม่คิดว่าเขาจะจำคำพูดนั้นไว้ วันนี้ถึงกับซื้อกลับมาให้เธอ
หลังแตงโมถูกแช่น้ำเย็นจนเย็นฉ่ำ พอกินเข้าปากก็ทั้งเย็นทั้งหวาน สดชื่นอย่างยิ่ง ความร้อนในร่างกายเหมือนสลายหายไปในพริบตา
เวินโหรวกินไปครึ่งลูกในคราวเดียว ส่วนฮั่วเหยียนชวนกินไปเล็กน้อย ที่เหลือเก็บไว้ให้เธอกินตอนเย็น
“แตงโมตอนนี้แพงจะตาย หัวหน้ากรมฮั่วซื้อทีเดียวสองลูก รักเมียจริง ๆ เลยนะ”
“อากาศร้อนขนาดนี้ ถ้าได้กินแตงโมสักลูกคงดี”
“ฟังพวกคุณพูดแล้วฉันก็อยากกินขึ้นมาเลย น่าเสียดายที่ทำได้แค่มอง แตงโมแพงขนาดนี้ บ้านฉันซื้อไม่ไหวหรอก”
คนอื่น ๆ ในเขตบ้านพักเห็นภาพนี้ ต่างก็มีสีหน้าอิจฉา
แต่สิ่งที่พวกเธอคาดไม่ถึงก็คือ วันรุ่งขึ้นบ้านพี่สะใภ้หวังก็ซื้อแตงโมกลับมาลูกหนึ่งเหมือนกัน
“โอ๊ย พี่สะใภ้หวัง บ้านพี่ก็ซื้อแตงโมด้วยเหรอ” ใครคนหนึ่งเห็นเข้าก็ถามด้วยน้ำเสียงเจือความริษยา
เมื่อก่อนบ้านพี่สะใภ้หวังเป็นบ้านที่ฐานะยากจนที่สุดในเขตบ้านพักแท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับซื้อแตงโมได้แล้ว
“เสี่ยวหยาอยากกิน ฉันเลยซื้อมาให้ลองชิมลูกหนึ่ง” พี่สะใภ้หวังตอบคนอื่น ๆ
“โธ่ ฉันไม่ได้จะว่าอะไรหรอกนะ เสี่ยวหยาก็แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ โตขึ้นก็ต้องแต่งงานอยู่ดี ตอนนี้เลี้ยงดูเธอดีขนาดนี้ สุดท้ายก็เท่ากับไปเอื้อประโยชน์ให้บ้านสามีไม่ใช่หรือไง” มีคนไม่พอใจที่พี่สะใภ้หวังดีกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งขนาดนี้ ในใจจึงรู้สึกขุ่นเคือง
