เวินโหรวเดาไม่ผิด ทางเวินจีเหนียนก็เจอปัญหาเข้าจริง ๆ
หลังลงจากรถไฟ เขาก็ต่อรถไปเมืองเล็ก แต่ไม่คิดว่าเพิ่งมาถึงเมืองเล็กก็เจอคนกำลังปล้นกัน
พอได้ยินเสียง เขาก็ยื่นมือออกไปช่วยโดยไม่ทันคิด
แต่ไม่คิดว่าคนพวกนั้นจะเป็นอาชญากรที่พร้อมเสี่ยงชีวิต แถมยังเป็นผู้ต้องหาที่หน่วยตำรวจในเมืองประกาศข่าวตามจับและตั้งรางวัลนำจับเมื่อไม่นานมานี้ด้วย
ต่อมาจับตัวคนร้ายได้ก็จริง แต่เวินจีเหนียนเองก็ได้รับบาดเจ็บ แขนถูกมีดบาดเป็นแผล
ไม่ใช่แค่เขา หญิงสาวที่ถูกปล้นคนนั้นก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณท้องถูกแทงหนึ่งแผล
พอเห็นอย่างนั้น เวินจีเหนียนก็ไม่มีเวลาคิดอะไรให้มากความ อุ้มหญิงสาวคนนั้นไปโรงพยาบาลใกล้ ๆ ทันที
ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังรักษาบาดแผลอยู่ที่โรงพยาบาล บาดแผลของเวินจีเหนียนไม่ร้ายแรง ทำแผลเสร็จก็กลับได้แล้ว แต่หญิงสาวคนนั้นยังอยู่ในห้องผ่าตัดเพื่อรับการช่วยชีวิต
เขาเป็นคนพาเธอมาส่ง อีกทั้งข้างกายเธอก็ไม่มีใคร เวินจีเหนียนจึงถูกให้อยู่ที่นี่
เดิมทีเขาก็ไม่ได้พกเงินติดตัวมามากนัก คราวนี้เลยใช้จนหมดเกลี้ยง
ขณะเดียวกัน เพื่อนร่วมงานจากการค้าต่างประเทศของรัฐที่เตรียมกลับไปพร้อมถานหลินก็หาตัวเธอไม่เจอเช่นกัน
เดิมทีพวกเขามาด้วยกัน แต่ถานหลินบอกว่าอยากไปซื้อของกิน จึงไปทางสหกรณ์การค้าคนเดียว
พวกเขารอแล้วรออีกก็ยังไม่เห็นเธอกลับมา คราวนี้ถึงได้เริ่มร้อนใจ
ทุกคนจึงนึกขึ้นได้ว่าถานหลินสนิทกับเวินโหรว อีกทั้งยังคุ้นเคยกับแถวนี้ เลยโทรศัพท์ติดต่อไปทางกองทัพและแจ้งสถานการณ์ของถานหลินให้ทราบ
ตอนนั้นเวินโหรวเพิ่งกลับถึงบ้าน ยังไม่ทันได้พัก ก็ได้รับข่าวว่าถานหลินหายตัวไป
สีหน้าเธอเปลี่ยนไปทันที รีบร้อนออกไปหาฮั่วเหยียนชวน
เวลานั้นฮั่วเหยียนชวนกำลังฝึกทหารอยู่ที่ลานฝึก
พอเห็นเวินโหรวมาหาในเวลานี้ สีหน้าเต็มไปด้วยความร้อนใจ เขาจึงเดินเข้าไปหา
ทหารที่เขากำลังฝึกเป็นทหารใหม่ พวกเขาเพิ่งเคยเห็นภรรยาของหัวหน้ากรมฮั่วตามข่าวลือเป็นครั้งแรก ต่างอดไม่ได้ที่จะมองเวินโหรวด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เป็นอะไรไป เกิดเรื่องอะไรขึ้น” ฮั่วเหยียนชวนเดินมาถึงข้างเวินโหรวแล้วถาม
