สุดท้ายเวินโหรวก็ใจอ่อน ยอมให้เขานอนในบ้าน
แต่เธออุ้มลูกทั้งสองคนมาวางไว้ตรงกลางระหว่างพวกเขา แบบนี้ฮั่วเหยียนชวนก็ไม่กล้าทำอะไรเหลวไหลอีก
แน่นอนว่าเธอยอมก็เพราะเห็นแก่ที่เขาช่วยเธอคว้าโรงงานร้างแห่งนั้นมาได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องไปนอนที่หอพักของกองทัพแล้ว
ถึงอย่างนั้น ฮั่วเหยียนชวนก็ทำได้แค่มองภรรยานอนอยู่ข้างกาย มองได้แต่กอดไม่ได้ อัดอั้นใจจนแทบแย่
ด้วยความช่วยเหลือของฮั่วเหยียนชวน เวินโหรวก็ได้เอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดินของโรงงานมาอย่างรวดเร็ว
พอมีเอกสารฉบับนี้ เธอก็เริ่มจัดการเรื่องบริษัทขนส่งได้แล้ว
สองวันนี้ ผู้เชี่ยวชาญที่เสิ่นชิงซวงเชิญมาจากสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรจิงชื่อก็มาถึงแล้ว
พอได้ยินว่าผู้เชี่ยวชาญมาถึง ป้าเฟิงกับพวกนางก็ตื่นเต้นกันมาก รีบต้อนรับอีกฝ่ายมาที่เขตบ้านพักครอบครัวอย่างกระตือรือร้น
แน่นอนว่าเสิ่นชิงซวงเป็นคนเชิญมา เธอก็ต้องเป็นคนต้อนรับด้วยตัวเอง
“สวัสดีครับ ผมมาจากสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรจิงชื่อ คุณคือสหายเสิ่นใช่ไหมครับ” ผู้มาเยือนเป็นชายหนุ่มสวมแว่น พอเห็นเสิ่นชิงซวงก็เอ่ยทักทายอย่างสุภาพ
เสิ่นชิงซวงรู้เรื่องนี้จากจดหมายตั้งนานแล้ว พอเห็นอีกฝ่ายก็รีบเดินเข้าไปจับมือทักทาย
“คุณคือช่างเทคนิคเหลียงใช่ไหมคะ ขอบคุณที่ยอมมาช่วยพวกเรานะคะ”
เหลียงเสวียจวินพยักหน้า “ไม่ต้องเกรงใจครับ ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาช่วยคนที่นี่ ผมเองก็มีความสุขมาก”
แม้เขาจะพูดถ่อมตัว แต่เหตุผลที่ตอบตกลงมาที่นี่ก็เพื่อหัวข้อวิจัยของตัวเอง
ถ้าหัวข้อวิจัยสำเร็จ เขาก็จะได้เป็นนักวิจัยประจำของสถาบันวิจัยในสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตร
ไม่อย่างนั้นใครจะอยากมาที่ราบกึ่งทะเลทรายอันแห้งแล้งแบบนี้กันล่ะ
หัวข้อวิจัยครั้งนี้สำคัญกับเขามาก พอได้รับภารกิจ เขาจึงรีบเดินทางมาทันที
พอได้ยินเหลียงเสวียจวินพูดแบบนั้น เสิ่นชิงซวงก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเลือกคนไม่ผิด
“เอาอย่างนี้นะครับ คุณเรียกทุกคนในเขตบ้านพักครอบครัวมารวมกันก่อน เรามาประชุมสั้น ๆ กัน ถ้าไม่มีปัญหาอะไร พรุ่งนี้ก็เริ่มลงมือได้เลย” เหลียงเสวียจวินร้อนใจอยากปลูกเห็ดให้ได้ และอยากออกจากที่นี่เร็ว ๆ จึงไม่อยากเสียเวลาแม้แต่นาทีเดียว
