“ยางล้อเหมือนจะแบนแล้ว” ฮั่วเหยียนชวนเอ่ยขึ้นอย่างจนปัญญา
เวินโหรวลุกขึ้นยืน ใช้ไฟฉายส่องดู แล้วก็พบว่ายางหน้าของจักรยานระเบิดจริง ๆ
ตอนนั้นฮั่วเหยียนชวนก็ลุกขึ้นจากพื้นแล้ว เวินโหรวมองเขาและถามด้วยความเป็นห่วงว่า “คุณไม่เป็นไรใช่ไหม”
เมื่อครู่เธอเกือบกล่าวหาเขาผิด ๆ แล้ว แต่ถ้าไม่ได้ฮั่วเหยียนชวนช่วยเป็นเบาะรองให้เธอ เธอคงล้มกระแทกพื้นไปแล้ว
ฮั่วเหยียนชวนส่ายหน้า “ไม่เป็นไร”
เขาเป็นผู้ชายอกสามศอก บาดเจ็บแค่นิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก
“โรงงานอยู่ข้างหน้า เดินไปก็ถึงแล้ว” ฮั่วเหยียนชวนบอกเวินโหรว
เวินโหรวรับคำแล้วเดินตามเขาไป
แม้ฮั่วเหยียนชวนจะบอกว่าเป็นโรงงานเก่าที่ถูกทิ้งร้าง แต่ภายในนอกจากประตูด้านนอกจะขึ้นสนิมอยู่บ้าง และผนังบางส่วนจะทรุดโทรมแล้ว ข้าวของข้างในยังอยู่ในสภาพดี
แถมข้างในยังมีเครื่องจักรอยู่บ้าง น่าจะยังใช้งานได้
ที่สำคัญที่สุดคือที่นี่กว้างมาก อย่างน้อยก็มีพื้นที่สิบกว่าหมู่
เวินโหรวสำรวจดูแล้วรู้สึกพอใจกับที่นี่มาก
แทบไม่ต้องสร้างอะไรขึ้นมาใหม่ แค่ปรับปรุงให้ดีขึ้นก็ใช้ได้แล้ว
ถึงตอนนั้นซ่อมประตูด้านนอกกับผนังอีกหน่อย ก็ใช้ได้ทันที
“เป็นยังไงบ้าง คิดว่าใช้ได้ไหม” ฮั่วเหยียนชวนเดินเข้ามาถาม
“ดีมาก พื้นที่ก็กว้างพอ ฉันต้องทำยังไงถึงจะได้ที่นี่มา”
เวินโหรวยังกังวลอยู่บ้าง เพราะที่นี่เคยเป็นทรัพย์สินของกองทัพ
ถ้าเธอจะเอามาใช้เองโดยพลการ จะมีปัญหาหรือเปล่า
ฮั่วเหยียนชวนมองออกว่าเธอกังวล จึงบอกให้เธอสบายใจว่า “เรื่องนี้ง่ายมาก ผมจะยื่นเรื่องขออนุมัติกับผู้บังคับบัญชา แล้วโอนขายที่ดินผืนนี้ให้คุณ”
“โอนขายได้ด้วยเหรอ” เวินโหรวมองเขาด้วยความประหลาดใจ
เดิมทีเธอคิดว่าแค่ได้ใช้ชั่วคราว ถ้ากองทัพต้องการใช้เมื่อไร เธอก็ต้องคืนให้
ฮั่วเหยียนชวนมองเธอพร้อมยิ้ม “วางใจเถอะ สามีคุณลงมือเองแล้ว ไม่มีปัญหาไหนที่แก้ไม่ได้”
แม้ก่อนหน้านี้ที่นี่จะเป็นทรัพย์สินของกองทัพจริง ๆ แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้ใช้งานแล้ว
ปล่อยทิ้งไว้ก็มีแต่จะรกร้าง สู้ขายออกไปยังดีกว่า อย่างน้อยก็ได้เงินเข้ากองทัพ จะได้นำไปปรับปรุงความเป็นอยู่ของทหาร
