ขบวนรถแล่นไปตามถนนคดเคี้ยวบนภูเขา ออกจากเทือกเขาฉินหลิ่ง ก่อนขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าไปยังสนามบินอู่กง
มีรถทั้งหมด 3 คัน โดยมีทหารคุ้มกันนั่งอยู่ทั้งคันหน้าและคันหลัง เป็นขบวนเดินทางมาตรฐานที่มีรถนำหน้าและรถคุ้มกันท้ายขบวน
หวังหงฉีกับซูฉิงซึ่งเป็นคนขับต่างก็มีรอยยิ้มบนใบหน้า อารมณ์ดีไม่น้อย
ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงมาหลายปี ญาติพี่น้องกับเพื่อนฝูงก็อยู่ในบริเวณบ้านพักข้าราชการของเมืองหลวง แม้สังคมที่คบหาจะค่อนข้างปิด แต่ได้กลับบ้านทั้งที จะไม่ดีใจได้อย่างไร?
ซูฉิงยังหันกลับมาคุยเป็นระยะ ยิ้มพลางบอกว่าจะพาหลี่เช่อไปชิมอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อของเมืองหลวง
หลี่เช่อฟังแล้วตาเป็นประกาย พยักหน้าหงึก ๆ รัวเหมือนไก่จิกข้าว
เฉินจั๋วเองก็อารมณ์ดีไม่น้อย
ไม่ใช่แค่เพราะภารกิจครั้งนี้สำเร็จลุล่วง แต่ยังเพราะความรู้สึกผูกพันและเป็นส่วนหนึ่งของประเทศชาติในใจหลี่เช่อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย
ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายต่างก็พบจุดที่อยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรทำให้เฉินจั๋วดีใจไปกว่านี้อีก
ที่สำคัญที่สุดคือ หลี่เช่อเป็นเด็กดี เป็นคนหนุ่มที่ดีมากจริง ๆ
หลายสิ่งที่เขาทำ เฉินจั๋วทำไม่ได้
เฉินจั๋วต้องคำนึงถึงกฎระเบียบ ขั้นตอน และความสัมพันธ์ซับซ้อนเบื้องหลัง แต่หลี่เช่อไม่ต้อง
เฉินจั๋วมองหลี่เช่อ ราวกับได้เห็นตัวเองในวัยหนุ่ม ตอนที่เต็มไปด้วยความเที่ยงธรรมและเลือดร้อน ก้าวเข้าไปในประตูหน่วยความมั่นคงแห่งชาติ เขามองอีกฝ่ายทำสิ่งที่ตนไม่เคยทำได้ในวัยเยาว์โดยไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งใด
ความรู้สึกแบบนี้......
ยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด
