หลี่เช่อเปิดสมุดคำศัพท์ มองคำแรกบนหน้า แล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนอ่านออกเสียงดัง ๆ
“abandon—ยอมแพ้ abandon—ยอมแพ้...”
ท่องซ้ำได้ไม่กี่รอบ ซูฉิงก็เดินเข้ามาแล้วพูดเบา ๆ ว่า “คุณคะ ครูสอนภาษาอังกฤษมาแล้วค่ะ”
หลี่เช่อรีบปิดสมุดคำศัพท์แล้วโยนไปไว้ข้าง ๆ ตัดสินใจยอมแพ้ทันที
“รีบเชิญครูเข้ามานั่งเลย”
พอครูเดินเข้ามา หลี่เช่อเห็นหน้าอีกฝ่ายชัด ๆ ก็อดสะดุ้งไม่ได้
ครูคนนี้มีภาพลักษณ์ตรงกับครูประเภทที่เขากลัวที่สุดตอนเด็ก ๆ ทุกประการ
ไม่ว่าจะอายุเท่าไรหรือตำแหน่งอะไร แค่เห็นหน้าก็ชวนให้นึกถึงฝันร้ายในวัยเด็ก ทำให้รู้สึกหวาด ๆ จนเผลอตัวลีบลงโดยอัตโนมัติ
แต่ประวัติการทำงานของครูคนนี้ก็ไม่ธรรมดา คนที่ผ่านการคัดเลือกจากฝ่ายงานของหลี่เช่อให้มาสอนภาษาอังกฤษแก่เขาได้ ต้องเป็นคนเก่งตัวจริง มีลูกศิษย์ลูกหาเต็มบ้านเต็มเมืองแน่นอน
ที่น่าแปลกคือพอเธอเอ่ยปาก กลับไม่มีความเข้มงวดแบบครูเลยสักนิด น้ำเสียงกลับอ่อนโยน
เธอมองหลี่เช่อ พยักหน้าเล็กน้อย แล้วพูดอย่างชื่นชมว่า
“คุณหลี่เรียนจบแล้วเข้าสู่สังคม มีหน้าที่การงานพอไปได้ แล้วยังคิดจะพัฒนาตัวเองอีก เป็นเรื่องดีมากค่ะ”
ใช่แล้ว ใช่เลย! ต้องได้อารมณ์แบบนี้แหละ!
บรรยากาศของอาจารย์ผู้เก่งกาจที่มองใคร ๆ เป็นนักเรียน ไม่สนใจเงินทองหรือสถานะเลยสักนิด
“อาจารย์หยุนพูดถูกครับ คนเราต้องเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ”
ทั้งสองคุยกันต่ออีกสองสามประโยค ก่อนจะไปนั่งลงที่ระเบียง
อาจารย์หยุนหยิบแผนการสอนเล่มหนาออกมาจากกระเป๋าผ้าใบเก่าที่ซักจนสีซีด
