หลี่เช่อใจหายวาบ ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นมาในใจ
“อะ...อะไรนะ คิดอะไรอยู่?”
เฉินจั๋วเหลือบมองเขา “จะให้ฉันพูดออกมาจริง ๆ เหรอ? นายกลัวว่าจะหักห้ามใจไม่ไหวเหมือนหลิ่วเซี่ยฮุ่ยใช่ไหม?”
หน้าหลี่เช่อแดงก่ำขึ้นมาทันที
ก็เหมือนตอนที่มีคนพูดแทงใจดำเซียวฉู่หนานไม่มีผิด
เขาพึมพำอะไรสักอย่างทำนองว่า “นี่...นี่มันคนละเรื่องกัน...” แล้วก็ “ลูกผู้ชายอกสามศอก...”
“จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วยได้ยังไง...” อะไรทำนองนั้น ฟังแล้วเข้าใจยาก
เฉินจั๋วยิ้มออกมาทันที แม้แต่ซูฉิงกับหวงหงฉีที่อยู่ข้างหลังก็อดยิ้มมุมปากไม่ได้ บรรยากาศรอบตัวจึงเต็มไปด้วยความครึกครื้น
“เอาละ นายคิดอะไรอยู่ฉันจะไม่รู้ได้ยังไง?”
เฉินจั๋วขยับเข้าไปใกล้แล้วพูดเสียงเบา “นายกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณเผย แล้วระบบจะตัดสินว่าเธอเป็นญาติฝ่ายภรรยา ทำให้ครอบครัวพวกเขาต้องเดือดร้อนใช่ไหม?”
หลี่เช่อตอบเสียงเบา
“อืม...เรื่องแบบนี้ฉันไม่กล้าเสี่ยง ถึงตอนนี้ระบบจะเล่นงานได้แค่ญาติสายเลือดสามชั่วรุ่นของฉันก็เถอะ แต่ฉันรู้สึกว่าขั้นต่อไปมันคงล้างตระกูลสามชั่วรุ่น
ตระกูลเผยมีคนตั้งเท่าไร? อย่างน้อยก็ต้องมีคนตายสิบกว่าหรือยี่สิบคนใช่ไหม
จะให้คนอื่นต้องมาเกี่ยวข้องเพราะฉันได้ยังไง? ฉันเองก็จนปัญญา แต่เลือกไม่ลากคนอื่นเข้ามาเกี่ยวได้...”
เฉินจั๋วหยุดเดินแล้วตบไหล่เขาเบา ๆ พลางพูดอย่างสะท้อนใจว่า “นายทำได้ดีมากแล้ว...
แต่ก็อย่าเพิ่งหมดกำลังใจไป
