แมวตัวนี้ดูไม่ขี้เหร่ แถมยังน่ารักอยู่เหมือนกัน เพียงแต่แววตาดูฉลาดล้ำลึกเป็นพิเศษ ราวกับซ่อนปัญญาอันน่าตื่นตะลึงเอาไว้
แต่เพราะปัญญานั้นล้ำเลิศเกินไป สมองเลยรับไม่ไหว จึงดูเอ๋อ ๆ ไปบ้าง พูดง่าย ๆ ก็คือซื่อบื้อ
และแมวตัวนี้ก็ซุ่มซ่ามจริง ๆ
ลูกแมวตัวอื่นอยู่กับแม่แมวสักพักก็เรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ได้ไม่น้อย แต่เจ้านี่เหมือนถูกสวรรค์ผนึกสติปัญญาเอาไว้ เหลือไว้แค่สมองว่างเปล่า นอกจากกินก็นอน
โดยเฉพาะเวลาที่ “ปัญญาอันน่าตื่นตะลึง” นั่นแผ่ออกมา ลูกค้าที่เดินเข้ามาเห็นมันแวบแรกต่างก็มองด้วยแววตาเสียดาย
“แมวตัวนี้ดูไม่ค่อยฉลาดเลยนะ”
พนักงานเตรียมใจไว้แล้วว่าจะเลี้ยงมันไว้ที่ร้านไปตลอด แต่ใครจะคิดว่ามันกลับถูกคนเลือกตั้งแต่แรกเห็น
พนักงานอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายกลับถามออกมาว่า “คุณแน่ใจนะครับว่าจะเอาตัวนี้?”
หลี่เช่อพยักหน้า “อืม เอาตัวนี้แหละ”
ในคู่มือการฝึกเขียนไว้ว่าให้เลือกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ไม่ฉลาดมากมาหนึ่งตัว จะเป็นแมวหรือหมาก็ได้ แต่ให้ตัดฮัสกีและบอร์เดอร์คอลลี่ออกไป แมวเหมาะที่สุด
เพราะถ้าดูจากจำนวนเซลล์ประสาทในเปลือกสมองอย่างเดียว ขีดจำกัดของสุนัขสูงกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งยังถนัดการเข้าสังคมและร่วมมือกันทำเรื่องซับซ้อนมากกว่า
