“เธอคิดว่ายังไงล่ะ”
เมื่อมองดูหนุ่มน้อยที่ยิ้มแย้มตรงหน้า จีซิงฉุนก็พลอยยิ้มตามไปด้วย ในใจเขามั่นใจแล้วว่าเย่ฝานคือคนที่เขาจะต้องติวให้แน่นอน จึงตั้งใจจะสร้างสัมพันธภาพที่ดีเอาไว้
ก็เพราะค่าตอบแทนครั้งนี้น่ะ งามหยดติ๋งเลยล่ะ
ถ้าได้งานพิเศษชิ้นนี้ เขาก็จะสบายขึ้นอีกโขในช่วงเวลาต่อจากนี้
“ฉันชื่อจีซิงฉุน คงแก่กว่านายสักเจ็ดแปดปี เรียกฉันว่าพี่จีก็ได้”
จีซิงฉุนนั่งลงข้างอเย่ฝาน แล้วโอบไหล่เขาไว้อย่างคนรู้จักมักคุ้น พลางเอ่ยว่า “คณิตกับฟิสิกส์ตอน ม.ปลาย แม้จะว่ายาก แต่ถ้าหาวิธีเรียนที่ถูกต้องละก็ ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย”
“พี่น่ะ เรียนปริญญาเอกที่คณะคณิตฯ มหาวิทยาลัยหนานต้า เรื่องเนื้อหา ม.ปลาย ถือว่าง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือเลยล่ะ แค่สามเดือน พี่จะช่วยให้นายสอบคณิตกับฟิสิกส์ได้คะแนนพุ่งกระฉูดเลยทีเดียว”
“อืม”
เย่ฝานยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่สดใสเจิดจ้า
จังหวะนั้นเอง ก็มีผู้ที่มาสมัครเป็นครูสอนพิเศษอีกสามคนเดินเข้ามาในห้องโถง
เมื่อเห็นเย่ฝานแล้ว สายตาของพวกเขาก็เปล่งประกายขึ้นทันใด
ทั้งสามคนต่างก็เข้าใจผิดคิดว่าเย่ฝานคือคนที่จะต้องติว เหมือนกับจีซิงฉุนไม่มีผิด
ช่วยไม่ได้ ก็เย่ฝานดูเหมือนเด็ก ม.ปลายเดินดินเกินไปนี่นา
อืม… ก็เขาเป็นเด็ก ม.ปลายจริง ๆ นั่นแหละ
ก่อนที่ทั้งสามจะทันได้ขยับตัว คนอีกกลุ่มหนึ่งก็เดินตามเข้ามา
ไม่นาน ห้องรับแขกก็เต็มไปด้วยคนนับสิบ
เย่ฝานกวาดสายตานับดูคร่าว ๆ ก็แอบตกใจไม่น้อย
ตอนนี้เขาเข้าใจถ่องแท้แล้ว ว่าทำไมเมื่อคืนก่อนหลานซีถึงได้เอ่ยปากเตือนเขา
นอกจากตัวเขาเองแล้ว ยังมีผู้สมัครอีกสิบสี่คน แบ่งเป็นชายเก้าหญิงห้า
ผู้สมัครทั้งหมดนี้ดูมีบุคลิกโดดเด่นกันทั้งนั้น
ถึงอย่างนั้น เย่ฝานก็ไม่ได้รู้สึกกดดันแต่ประการใด
คนพวกนี้อยู่มหาวิทยาลัยมานานเกินไป จนลืมเนื้อหาวิชา ม.ปลาย เละเทะจนหมดสิ้น จะพูดจาหลักการใหญ่ ๆ ก็ได้อยู่หรอก แต่ถ้าให้วัดกันจริง ๆ แล้ว พวกเขาไม่มีทางสู้เขาได้แน่
