พอมาถึงบริษัท ฉู่เซี่ยก็แวะไปกินมื้อเช้าฟรีก่อน
กินเสร็จก็ไปโผล่หน้าที่แผนกแต่งเพลงสอง แสดงตัวให้รู้ว่าวันนี้เธอเข้าทำงานแล้ว
จากนั้นก็ถือสมุดพร็อพของตัวเองเตรียมออกจากโต๊ะทำงาน มุ่งหน้าไปชั้น 12 เพื่อเริ่มต้นวันอันแสนเรียบง่ายของเธอ
ตอนนั้นเอง เฉินฉือที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เงยหน้ามาเห็นอุปกรณ์ของฉู่เซี่ย ก็เลิกคิ้วแซวว่า
“โห เสี่ยวเซี่ย จะไป ‘หาแรงบันดาลใจ’ เหรอ!”
ฉู่เซี่ยกะพริบตาปริบ ๆ มองเฉินฉืออย่างสงสัย “หือ? พี่เฉินพูดอะไรน่ะ!”
“โธ่ ก็ไปโซนฟิตเนสไม่ใช่เหรอ มีอะไรต้องอายด้วยล่ะ พี่บอกให้นะ ตอนเช้าคนไม่ค่อยมี ต้องไปตอนบ่ายโน่น ถึงจะคึกคัก”
หูฉู่เซี่ยแดงก่ำ
เพราะอับอาย
“ไม่ใช่สักหน่อย พี่เฉินไปได้ยินมาจากไหน ฉันแค่กินมื้อเช้าเยอะไป เลยว่าจะเดินย่อยสักรอบเท่านั้นเอง!”
“โธ่ เสี่ยวเซี่ย ทำไมต้องทำเป็นห่างเหินด้วยล่ะ ไม่สังเกตเหรอว่าช่วงนี้คนที่โซนฟิตเนสเยอะกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะ แต่ละคนออกกำลังกายจริงจังกว่าเดิมมาก
ข่าววงในเขาว่ากันว่าช่วงนี้มีนักแต่งเพลงไปเดินป้วนเปี้ยนแถวนั้นอยู่บ่อย ๆ สงสัยกำลังเลือกนักร้องมั้ง”
เปลือกตาฉู่เซี่ยกระตุก แววตาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะใช้สกิลล่องหนและความหวังว่าจะหายตัวไปจากตรงนั้นได้ทันที
เสียดายที่ของชดเชยจากการทะลุมิติของเธอไม่มีสกิลนี้ เฉินฉือที่อยู่ข้าง ๆ ยังคงพูดต่อไปตามลำพัง
“เธอไม่รู้หรอก ไม่ใช่แค่แผนกสองของเรานะ ช่วงนี้พอได้ยินเรื่องนี้ นักแต่งเพลงจากแผนกหนึ่งกับสามก็มีหลายคนที่ว่างเมื่อไรก็เดินไปเดินมาบนชั้น 12 กับ 13
