หม่าเวยตงรีบวิ่งออกมาจากห้อง แล้วร้องถามหน้าห้องน้ำว่า “เสียวโหรว เป็นอะไรไป?”
“พี่ตง หนูล้ม... เจ็บเท้ามากเลย...”
อู๋เสียวโหรวเจ็บจนแทบน้ำตาไหล
หม่าเวยตงเห็นดังนั้นก็ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น รีบเปิดประตูห้องน้ำทันที
วินาทีนั้น เขาถึงกับตะลึงค้าง
ไอน้ำลอยอวลไปทั่วห้อง
อู๋เสียวโหรวนั่งอยู่บนพื้น น้ำตาคลอ มือกุมข้อเท้า เจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหว!
แต่สิ่งที่ทำให้หม่าเวยตงตกตะลึงที่สุดคือ รูปร่างของอู๋เสียวโหรวดีมาก
แม้จะตัวเล็ก แต่ส่วนที่ควรใหญ่ก็ใหญ่สมส่วนไม่เบา
วินาทีต่อมา หม่าเวยตงก็เห็นภาพที่ทำให้เขาตะลึงยิ่งกว่าเดิม
“ซี๊ด...”
อู๋เสียวโหรวเจ็บจนสูดปากหลายครั้ง น้ำตาหยดลงมา
หม่าเวยตงเบิกตากว้าง แทบอยากประทับภาพนี้ไว้ในสมอง
แต่ถึงอย่างไรเขาก็อายุหกสิบปี ผ่านโลกมามาก จึงได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว
“เสียวโหรว อดทนไว้นะ พี่จะอุ้มออกไป!”
หม่าเวยตงรีบอุ้มอู๋เสียวโหรวขึ้น แล้วเดินออกไป
ร่างนุ่มหอมแนบอยู่ในอ้อมแขน เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมอ่อน ๆ เฉพาะตัวของหญิงสาวที่ลอยเข้าจมูก
เขาไม่กล้าคิดฟุ้งซ่าน รีบอุ้มอู๋เสียวโหรวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว
เมื่ออุ้มเธอไปวางบนเตียงแล้ว เขาก็หยิบผ้าห่มมาคลุมให้
จากนั้นจึงจับข้อเท้าที่บวมแดงของอู๋เสียวโหรวขึ้นมา
“เสียวโหรว ข้อเท้าบวมแดงแล้ว เดี๋ยวพี่นวดให้ จะได้ช่วยบรรเทาอาการเจ็บ”
หม่าเวยตงกล่าว
“อืม...”
ตอนนี้อู๋เสียวโหรวเจ็บจนแทบไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ยินด้วยซ้ำว่าหม่าเวยตงพูดอะไร
เธอรู้เพียงว่าข้อเท้าเจ็บราวกับกำลังจะหัก
