หม่าเวยตงพูดจบ อู๋เสียวโหรวก็ชะงักงันทันที
หล่อนอดถามออกมาไม่ได้ “เอ๊ะ? คุณปู่ พี่เวยเวยไม่ได้อยู่ที่นี่เหรอคะ?”
“เสียวโหรว ฉันอยู่ห้อง 702 ข้าง ๆ นี่เอง”
หลิวเวยเวยยิ้มพลางอธิบายให้อู๋เสียวโหรวฟัง จากนั้นก็หันไปพูดกับหม่าเวยตง “แต่พี่ตง ฉันชินกับการอยู่คนเดียว เพราะงั้นให้เสียวโหรวอยู่ที่นี่กับพี่เถอะ”
พูดจบ หลิวเวยเวยก็ขยิบตาให้หม่าเวยตง
จากนั้นหล่อนก็ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “เอาละ ฉันกลับไปพักก่อนนะ วันนี้เหนื่อยจริง ๆ เหมือนกระดูกจะแหลกเป็นชิ้น ๆ แล้ว”
เห็นอย่างนั้น หม่าเวยตงก็ร้อนใจขึ้นมาทันที
เขารีบมองหลิวเวยเวยแล้วพูดว่า “เฮ้ เวยเวย เธอทำอะไรน่ะ? ให้เสียวโหรวอยู่ที่นี่กับฉันมันไม่สะดวกนะ ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป ชื่อเสียงของเสียวโหรวจะเสียหายเอา!”
“พี่ตง ฉันก็ไม่อยากไปอยู่ฝั่งพี่เวยเวยให้เป็นการรบกวนพี่เวยเวยหรอกค่ะ”
อู๋เสียวโหรวรีบพูดขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ฉันอยู่ที่นี่กับพี่ดีกว่า”
“อีกอย่าง ฉันอยากอยู่กับพี่จากใจจริง ไม่สนหรอกว่าคนอื่นจะคิดยังไง”
หลิวเวยเวยได้ยินแล้วก็ยิ้ม “พี่ตง เห็นแล้วใช่ไหมล่ะ”
“เอาละ ฉันกลับไปพักก่อนนะ ถ้าไม่มีธุระอะไรก็อย่ามารบกวนฉัน”
พูดจบ หลิวเวยเวยก็วิ่งออกไปโดยไม่รอให้หม่าเวยตงตอบ
ความเร็วของหล่อนราวกับที่นี่เป็นถ้ำเสือบึงมังกรอย่างไรอย่างนั้น
“เฮ้! เวยเวย! เวยเวย!”
หม่าเวยตงตะโกนเรียกสองครั้ง แต่สิ่งที่ได้ยินกลับมีเพียงเสียงฝีเท้าของหลิวเวยเวยที่ห่างออกไป
เขายืนอยู่หน้าประตู สีหน้าเอือมระอา
ผู้หญิงคนนี้โยนสาวน้อยมาให้เขา แล้วตัวเองกลับหนีเร็วยิ่งกว่ากระต่ายเสียอีก
