แต่เฉินอวิ้นรออยู่นาน หม่าเวยตงก็ไม่ตอบกลับมา ราวกับหินจมหายลงทะเล ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ
เรื่องนี้ทำให้สีหน้าของเฉินอวิ้นดูย่ำแย่ เธอไม่รู้ว่าหม่าเวยตงไม่ได้อ่านข้อความ หรือเห็นแล้วแต่ไม่อยากตอบ
ผ่านไปพักใหญ่ เฉินอวิ้นจึงส่งข้อความไปหาหม่าเวยตงอีกครั้ง
“ตอนนี้หงอี้หยวนมาท้าประลองกับคลินิกเทียนอี้ของเรา ฉันต้องการให้คุณมาช่วยหน่อย”
ทว่า
หลังจากเธอส่งข้อความนี้ไป หม่าเวยตงก็ยังคงไม่ตอบกลับมา
ท้ายที่สุดเฉินอวิ้นก็เก็บโทรศัพท์ ในใจรู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง จึงตัดใจไม่สนใจหม่าเวยตงอีก
เมื่อปรับอารมณ์ให้สงบลงแล้ว เธอจึงเดินออกจากห้องประชุม
ขณะนี้ ห้องโถงชั้นหนึ่งมีผู้คนมารวมตัวกันแน่นขนัด
แม้แต่คนจำนวนไม่น้อยที่อยู่แถวนี้ เมื่อเห็นการถ่ายทอดสดก็พากันมาที่นี่ด้วยตัวเอง
ด้วยเหตุนี้ ตอนนี้ห้องโถงชั้นหนึ่งจึงเต็มไปด้วยผู้คน
เฉินอวิ้นมองหงเชียนที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนด้วยท่าทีมั่นใจเต็มเปี่ยม คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
หงเชียนคนนี้ ทำไมถึงดูสงบนิ่งและมั่นใจนักว่าตัวเองจะชนะ?
จากนั้นสายตาของเธอก็กวาดสำรวจทีมที่อีกฝ่ายพามา
มีเพียงไม่กี่คนที่เป็นหน้าใหม่ นอกนั้นล้วนเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาของหงอี้หยวนทั้งสิ้น
หรือคิดว่าแค่มีหน้าใหม่ไม่กี่คนก็จะเอาชนะคลินิกเทียนอี้ของพวกเธอได้?
เป็นไปได้หรือ?
จังหวะนั้นเอง
หงเชียนดูเหมือนจะรู้สึกถึงสายตาของเฉินอวิ้น เธอจึงมองกลับมา พร้อมรอยยิ้มที่ไม่เชิงยิ้มบนใบหน้า
