“ดูท่าแล้ว คงต้องไปยังส่วนลึกของทิวเขาหมื่นอสูรอีกครั้งแล้ว!”
จื่ออวิ๋นซูกับเยี่ยนฉุนซวี่เพิ่งจะออกจากสำนักจื่อหลิงไป ทางด้านเยี่ยนฉางเซิงที่กำลังครุ่นคิดอยู่ครูหนึ่ง ก็มุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของทิวเขาหมื่นอสูรเช่นกัน
“คารวะราชันฉางเซิง!”
เพิ่งย่างกรายเข้าสู่แดนของเผ่ามาร ก็ทำให้ราชันมารตนหนึ่งตื่นตระหนกออกมา เมื่อจำเยี่ยนฉางเซิงได้ จึงรีบประสานมือคำนับ
“ไม่ต้องเกรงใจ ข้าจะไปห้วงจระเข้มังกรเพื่อไปพบราชันมาร!”
เยี่ยนฉางเซิงโบกมือ แล้วกำลังจะเดินหน้าต่อไป
ราชันมารตนนั้นเห็นดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย รีบเข้าไปสกัดหน้าเขาไว้
“ราชันฉางเซิง ต้องขอประทานโทษด้วย ราชันมารมีคำสั่งว่า วันนี้ปิดด่านฝึกตน ไม่อาจรบกวนได้!”
“ท่านจะเปลี่ยนวันมาเยี่ยมใหม่ได้หรือไม่?”
“หรือไม่ก็รอให้ราชันมารออกจากที่เก็บตัว แล้วค่อยไปเยี่ยมท่านเองจะเป็นอย่างไร?”
ราชันมารตนนั้นมีสีหน้าหวาดหวั่น เห็นได้ชัดว่ายังคงเกรงกลัวต่อเรื่องที่เยี่ยนฉางเซิงเคยสังหารผู้แข็งแกร่งของสองเผ่าอสูร ทั้งราชันมารและมหาโหด
“มันอะไรกันนักหนา ก็บรรลุขั้นฉางเซิงกันแล้ว จะปิดด่านตอนไหนก็ได้ เหตุใดต้องมาปิดด่านตอนที่ข้ามาพอดี?”
“ข้ามีเรื่องเร่งด่วน เอาเป็นว่า เจ้าไปแจ้งข่าวที!”
เยี่ยนฉางเซิงเลิกคิ้ว เริ่มไม่พอใจ
“ไม่ได้หรอก ราชันฉางเซิง ราชันมารมีคำสั่ง ผู้น้อยจะกล้ารบกวนได้อย่างไร?”
“นี่ท่านจะเอาชีวิตผู้น้อยหรือไม่?”
ราชันมารตนนั้นส่ายหน้าชุดใหญ่ เห็นได้ชัดว่ามีความลำบากใจ
เมื่อเห็นดังนั้น เยี่ยนฉางเซิงก็ขมวดคิ้วแน่น นิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก็ได้แต่ส่ายหัวเล็กน้อย
“เอาเถอะ เจ้าหาทางแจ้งข่าวให้ที ข้าจะไม่รบกวนแล้ว!”
“ช่วยถามราชันมารให้ข้าด้วยว่าว่างเมื่อไหร่ ข้าจะมาเยี่ยมใหม่!”
พูดพลาง เยี่ยนฉางเซิงก็ไม่ลังเล หมุนตัวมุ่งหน้าตรงไปยังแดนของเผ่าบรรพกาล
“คารวะราชันฉางเซิง การมาของราชันฉางเซิงครั้งนี้ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไร?”
ทว่าเพิ่งมาถึงแดนของเผ่าบรรพกาล เยี่ยนฉางเซิงก็ถูกมหาโหดแห่งเผ่าบรรพกาลตนหนึ่งขวางไว้อีกเช่นเคย
ในหมู่มนุษย์ เมื่อบำเพ็ญอยู่เหนือขั้นหยวนอิงแล้ว ปกติจะเรียกกันว่าผู้บรรลุอมตะ และยกย่องด้วยนามของบรรพชน
