“เหตุใดในโลกนี้ถึงมีปราณสังหารอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้?”
“ไม่ใช่แล้ว นี่ไม่ใช่ปราณสังหาร... นี่คือพลังแห่งบาปในตำนาน...”
เสียงหวาดกลัวดังขึ้น ขณะนั้นศิษย์แห่งทะเลมารคลั่งหลายคนล้วนรู้สึกเย็นเยือกไปทั้งร่าง แทบอยากจะหันหลังวิ่งหนี
ทว่าภายใต้การปกคลุมสองชั้นของพลังบาปและปราณสังหาร พวกเขากลับรู้สึกราวกับมีตะกั่วถ่วงขาอยู่
หากมิอาจบรรลุมหามรรคาจินตัน แม้เพียงพลังบาปในตัวเยี่ยนหลิงเอ๋อจะรั่วไหลออกมาเสี้ยวเดียว ก็ยังกดดันจนพวกเขาขยับเขยื้อนไม่ได้
“บอกมา... เหตุใดพวกเจ้าจึงมาซุ่มโจมตีข้าที่นี่?”
เสียงเย็นเยียบของเยี่ยนหลิงเอ๋อดังขึ้น ทุกที่ที่ดวงตาสีเลือดจ้องมอง ต่างพาให้หัวใจของทุกคนหยุดเต้นไปครึ่งจังหวะโดยไม่รู้ตัว
“แม่นางอย่าเข้าใจผิด พวกข้ามิได้เจตนาซุ่มโจมตี!”
“แม้แต่พวกเราก็หาได้รู้ถึงการมีอยู่ของกันและกันไม่ เพียงเห็นศิษย์สำนักอสูรเดียรัจฉานผู้นั้น ก็อยากอาศัยมันล่อปราณชั่วร้ายออกมาเพื่อกลืนกิน!”
“ท่านก็รู้ดี ถึงแม้ตำนานเล่าขานว่าถ้ำสวรรค์ทะเลโลหิตแห่งนี้มีวาสนาวิถีสวรรค์ แต่ตั้งแต่โบราณกาลนับหมื่นปี กลับไม่เคยมีผู้ใดได้มันไปเลย!”
“สำหรับพวกเราแล้ว วาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของที่นี่ก็คือปราณชั่วร้าย เพียงแค่สังหารและกลืนกิน ก็สามารถได้รับความเข้าใจในวิถีปฐพีส่วนหนึ่ง!”
“ข้าเชื่อว่าไม่เพียงแต่พวกเรา ต่อให้เป็นผู้ที่สร้างฐานระดับวิถีปฐพีมาที่นี่ ก็คงมีไม่กี่คนที่กล้าฝันเฟื่องจะแย่งชิงวาสนาวิถีสวรรค์!”
“สิ่งที่พวกเขาหวังมากกว่า ก็ควรจะเป็นการยกระดับขั้นของฐานวิถีปฐพีของตน!”
“ข้ามิได้มีเจตนาลอบสังหารแม่นางเลย ขอแม่นางโปรดไว้ชีวิตด้วย!”
ชายหนุ่มผู้ถือทวนในชุดเหลืองกล่าวพลางกลืนน้ำลายอย่างลนลาน
“ใช่แล้ว ขอแม่นางโปรดไว้ชีวิตด้วย พวกเรายอมทำสิ่งหนึ่งเพื่อแม่นาง!”
“แม่นาง...”
คนอื่น ๆ พยักหน้าอย่างรีบร้อน มองดูเยี่ยนหลิงเอ๋อฉีกร่างอสูรปราณชั่วร้ายขั้นร้อยเรียงตัวหนึ่งแล้วกลืนกินอย่างหมดจด บวกกับตอนนี้ขยับตัวไม่ได้ พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดลงมือ ได้แต่หวังว่าจะรอดพ้นเคราะห์นี้ไปได้
“น่าเสียดาย พวกเจ้าลงมือแล้ว!”
