"ฮือ ๆ ๆ ......"
ยามดึก สายลมเย็นเยียบพัดผ่านสุสานในหุบเขา ดั่งวิญญาณร้ายร่ำไห้คร่ำครวญ ขนพองสยองเกล้า
"หยุดร้องหลอกผีได้แล้ว!"
"ข้าก็แค่กินของเซ่นพวกเจ้านิดหน่อย ข้าดูแลกวาดสุสานเช็ดป้ายวิญญาณให้ทุกวัน ยังไงข้าก็เป็นลูกหลานกตัญญู พวกเจ้าจะขี้งกเกินไปแล้ว!"
เสียงบ่นไม่พอใจดังขึ้น
มองไปยังป่าหลุมศพลึกเข้าไปในสุสาน เห็นเพียงชายหนุ่มท่าทางห่อเหี่ยวคนหนึ่ง ยกชามเหล้าอึกใหญ่ กัดเนื้่อก้อนโต กินจนน้ำมันเยิ้มปาก พลางชูนิ้วกลางใส่หลุมศพรอบตัวด้วยความหงุดหงิด
จะว่าไปแล้ว เยี่ยนฉางเซิงก็ทุกข์ใจไม่น้อย
ในฐานะผู้ข้ามภพผู้สง่างาม ตังแต่ยังอยู่ในครรภ์มารดาเขาก็รู้ตัวว่าไม่ธรรมดา ไม่เพียงเกิดในตระกูลบำเพ็ญเซียน ยังมีระบบตระกูลบำเพ็ญเซียนที่แข็งแกร่งที่สุดผูกมัดด้วย
เพียงหลังเกิดได้รับความเชื่อใจไร้เงื่อนไขจากคนในตระกูล ลงทุนฝึกฝนหล่อหลอมพวกเขา ก็จะได้รับพลังวัตร ทักษะ ทรัพยากร และสิ่งอื่น ๆ คืนกลับเป็นสิบเท่า!
ยกระดับขั้นตระกูล ก็ยิ่งได้รับรางวัลตามนั้น
แต่ในขณะที่เขาตั้งปณิธานสร้างตระกูลบำเพ็ญเซียนที่แข็งแกร่งที่สุด บิดามารดากลับถูกคนลอบสังหาร ถึงตระกูลจะช่วยเหลือทันการณ์ แต่ก็ได้แค่ช่วยเขาออกจากครรภ์มารดา
และเพราะพร่องมาแต่กำเนิด เขากลายเป็นบุคคลแรกในประวัติศาสตร์ที่แพ้พลังปราณ
ในโลกบำเพ็ญเซียน การแพ้พลังปราณคือความขัดแย้งมหันต์ที่ทำให้อย่าว่าแต่ความทะเยอทะยานเลย แม้แต่การมีชีวิตรอดก็ยังเป็นปัญหา
โชคดีที่ตระกูลจัดให้เขาอยู่ในสุสานบรรพชน ที่แห่งนี้พลังปราณถูกขับไล่ด้วยพลังหยิน เขากลับมีชีวิตรอดภายใต้การดูแลของคนรับใช้ตระกูลเยี่ยน
แต่ปัญหาคือ ในสุสานแห่งนี้ นอกจากเขาแล้ว ล้วนเป็นผู้ตาย
มีคนตระกูลเยี่ยนแวะเวียนมาบ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็ไม่มีใครเชื่อว่าไอ้คนไร้ค่าที่ฝึกฝนไม่ได้อย่างเขาจะสามารถช่วยพวกเขาฝึกฝนได้ จนระบบผูกมัดมากว่ายี่สิบปี เขาก็ยังปลดล็อกไม่ได้สักที
"เยี่ยนฉางเซิง เจ้าฟังให้ดี ตอนนี้ตระกูลกำลังตกอยู่ในอันตราย มีภัยทำลายตระกูลได้ทุกเมื่อ"
"เจ้าก็แค่คนไร้ค่าที่ฝึกฝนไม่ได้ แม้แต่ภัยทำลายตระกูลเจ้ายังช่วยไม่ได้เลยสักนิด เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาคิดหาเรื่องพาคนอื่นฝึกฝนทั้งวัน?"
"เจ้าควรมองโลกความเป็นจริง อยู่เฝ้าสุสานบรรพชนที่นี่ให้ดี ดีกว่าคิดอะไรทั้งนั้น"
โดยเฉพาะคำพูดที่เยี่ยนฉางหลิง ลูกพี่ลูกน้องที่มาส่งของเซ่นและเสบียงที่สุสานเมื่อเช้านี้ พูดออกมาหลังถูกเขารบเร้าจนรำคาญ ถือเป็นจุดที่ทำให้เยี่ยนฉางเซิงตัดสินใจปล่อยวางอย่างสิ้นเชิง
ภัยทำลายตระกูลอยู่ตรงหน้า คนอื่นก็ยังไม่เชื่อเขา แล้วเขายังจะทำอะไรได้?
อย่างไรเสีย ถ้าตระกูลเยี่ยนถูกทำลาย เขาก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน สู้ใช้ชีวิตตอนนี้ให้เต็มที่ กินเหล้าเนื้อให้หนำใจ เอาใจช่วยบรรพชนตระกูลเยี่ยนไปด้วยกันดีกว่า เผื่อวันหน้าลงไปข้างล่างจะได้คุ้นหน้าคุ้นตากันบ้าง
ทันใดนั้น เหมือนมีอะไรบางอย่างวางบนไหล่เขา
"ใครกัน? หลุมศพตัวเองยังดูไม่ดี เอียงไปเอียงมา ไม่มีกระดูกหรือไง?"
เยี่ยนฉางเซิงหันกลับไปอย่างไม่พอใจ คิดว่าคงเป็นป้ายหลุมศพของใครล้มลงมาวางบนไหล่เขาอีกแล้ว
ผลคือ เมื่อมองเห็น เด็กสาวในชุดแดงคนหนึ่ง ผมกระเซิงเผ้ายุ่ง หน้าซีดเขียว มีดวงตำคู่หนึ่งจ้องมองเขาอยู่ข้างหลัง
"อ๊าก...... ผีหลอก......"
ชั่วพริบตา เยี่ยนฉางเซิงเส้นผมตั้งชัน รู้สึกเย็นเยียบเสียดกระดูก ร่างทั้งร่างกระโดดลุกขึ้นทันที
"ผีอยู่ไหน...... ท่านพ่อ...... ข้ากลัว......"
ในขณะเดียวกัน เสียงแหลมก็ดังขึ้น เด็กสาวชุดแดงคนนั้นพุ่งเข้าเกาะขาเยี่ยนฉางเซิง กรีดร้องน่าสงสารยิ่งกว่าเขาเสียอีก
"เดน...... ไม่ใช่ผีนี่!"
รู้สึกถึงสัมผัสจริงจากร่างของเด็กสาว บวกกับเงาของนางที่ปรากฏภายใต้แสงตะเกียงแดงบนหลุมศพ สีหน้าของเยี่ยนฉางเซิงก็ดำมืดลงทันที
"อ้อ...... ไม่ใช่ผีนี่เอง ตกใจหลิงเอ๋อแทบตาย!"
ได้ยินเยี่ยนฉางเซิงบอกว่าไม่ใช่ผี เด็กสาวก็ถอนหายใจโล่ง
"เจ้าเป็นเด็กบ้านไหน? ดึกดื่นไม่นอน วิ่งมาที่สุสานคนอื่นทำไมกัน?"
สีหน้าของเยี่ยนฉางเซิงยิ่งดำมืดกว่าเดิม ถึงกับจ้องตาขึงใส่
"ท่านพ่อ...... ข้าเองไง หลิงเอ๋อ!"
"ท่านพ่อ ท่านมานอนอยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือ?"
"หลิงเอ๋อคิดถึงท่านพ่อเหลือเกิน!"
เมื่อได้ยินดังนั้น เด็กสาวลุกขึ้นยืน ดวงตากลมโตแวววาวด้วยหยาดน้ำ มองเยี่ยนฉางเซิงอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ!
"หลิงเอ๋อ? หรือว่าเป็นเยี่ยนหลิงเอ๋อ ลูกสาวของเยี่ยนฉางหง พี่ชายร่วมตระกูลของข้า?"
"สิบปีไม่เจอ พวกคนในตระกูลยังไม่อาจฟื้นฟูปัญญาให้นางได้หรือ?"
"น่าสงสารนัก แม้แต่บิดาแท้ ๆ ตนเองตายไปสิบกว่าปี ก็ยังเข้าใจว่าไปนอนหลับ แล้วยังจำพ่อผิดอีก!"
ได้ยินชื่อของเด็กสาว เยี่ยนฉางเซิงใจสะท้าน รู้สึกสงสารไม่น้อย
ที่จริงแล้ว เด็กนี่ก็เหมือนกับเขา เป็นคนน่าสงสารคนหนึ่ง ไม่เพียงไร้บิดาแต่เล็ก ยังปัญญาพร่องมาแต่เกิด ดังนั้นเยี่ยนฉางเซิงยังพอจำนางได้เลือนราง!
"หลิงเอ๋อ เจ้าไม่อยู่ฝึกตนอยู่บ้านกับท่านแม่ วิ่งร่ามาทำอะไรที่นี่?"
"แล้วนี่ รอยบาดเจ็บบนหน้าเจ้าเป็นอะไร?"
"เดี๋ยวก่อน รอยบาดเจ็บทั้งมือเท้า ทั่วร่างนี่ก็มากมาย?"
เมื่อเห็นเด็กสาวโง่งมเงอะงะ สีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจ เยี่ยนฉางเซิงก็ใจอ่อนไม่อาจบอกความจริงแก่นาง
กำลังจะเอ่ยปลอบอีกสักสองสามคำ ก็เห็นว่าเด็กสาวไม่เพียงหน้าตาช้ำบวม ยังมีร่องรอยบาดเจ็บทั่วร่าง ทำให้เขาขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว!
"ท่านพ่อ...... นี่พี่น้องตระกูลเขา...... เป็นคนตีข้า!"
"พวกเขาชั่วช้านัก...... เจ็บจนหลิงเอ๋อจะตายแล้ว!"
"ยังมีคนข้างนอกอีก พวกเขาบอกว่าหลิงเอ๋อเป็นเด็กไม่มีพ่อ แต่ว่าท่านแม่บอกว่า ท่านพ่อก็นอนหลับอยู่ที่นี่ไง!"
"หลิงเอ๋อคิดถึงท่านพ่อ ก็เลยแอบหนีมาที่นี่ตอนท่านแม่หลับ...... ท่านพ่ออย่าบอกท่านแม่นะ!"
เยี่ยนหลิงเอ๋อทำปากบิดเบ้ พูดไปน้ำตาคลอไป ชัดเจนว่าเป็นสาวรุ่นนางหนึ่งอายุสิบห้าสิบหก แต่สติปัญญายังเทียบเด็กห้าหกขวบไม่ได้!
"อะไรนะ?"
"พวกเขารังแกกันเกินไปแล้ว!"
"เดี๋ยวข้าจะไปสั่งสอนพวกมันให้!"
เมื่อเห็นหลานสาวผู้โง่งมซบเซาอ้อนวอน เยี่ยนฉางเซิงก็สงสารจนสุดจะทน รู้อยู่ว่าตัวเองออกจากสุสานนี้ไปไม่ได้ แต่ก็ยังโกรธแค้นแทนนาง รับบทเป็นพ่อเพียงเพื่อมอบความอบอุ่นให้เด็กโง่
"อย่าเลย...... ท่านพ่อ ท่านแม่บอกว่าผู้แข็งแกร่งต้องพึ่งพาตนเอง ไม่ใช่พึ่งคนอื่น!"
"หลิงเอ๋อจะทวงคืนด้วยตนเอง!"
"ท่านแม่บอกว่าท่านพ่อเก่งที่สุด ท่านพ่อสอนหลิงเอ๋อฝึกฝนได้หรือไม่?"
"ช่วงนี้คนเลวมากมายอยากมารังแกบ้านเรา อีกไม่กี่วันท่านบรรพชนยังจะให้พวกเราสู้กันอีก หลิงเอ๋ออยากเรียนฝึกฝนกับท่านพ่อ ถึงตอนนั้นจะได้ต่อยพวกพี่น้องตระกูลกับคนเลวเหล่านั้นให้ร้องไห้กลับไป!"
แต่กลับเห็นเยี่ยนหลิงเอ๋อรีบส่ายหน้า สีหน้ามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
"คนเลว? หรือจะเป็นตระกูลเฉินกับหลิว?"
"ท่านปู่คงจะใกล้ไปแล้วกระมัง ถึงได้ถูกคนรังแกถึงเพียงนี้?"
"แล้วที่บอกว่าจะสู้กันอีกไม่กี่วันนี้ หรือจะเป็นงานประลองใหญ่ของตระกูล?"
"เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้เด็กนี่ว่าอะไรนะ? ให้ข้าสอนนางฝึกฝน?"
เยี่ยนฉางเซิงที่กำลังจะสงสารเด็กน้อย เมื่อได้ยินดังนั้น ก็ตาเป็นประกายทันใด จับจ้องเยี่ยนหลิงเอ๋อด้วยสายตารุ่มร้อน
ถึงเด็กนี่จะโง่ไปบ้าง แต่ก็เป็นสายเลือดตระกูลเยี่ยนเหมือนกัน
หากผูกมัดสายสัมพันธ์การลงทุน ปลดล็อกระบบสำเร็จ เมื่อข้ามีพลังวัตรแล้ว อยากออกจากสุสานนี้ก็แค่เรื่องเวลา?
"หลิงเอ๋อ เจ้าช่างฉลาดนัก!"
"ถูกคนรังแกถึงเพียงนี้ เจ้าควรมาหาข้าตั้งนานแล้ว!"
"สบายใจได้ ข้าจะถ่ายทอดวิชาปราณอันไร้เทียมทานให้เจ้า ต่อยพวกมันจนหาฟันเก็บไม่เจอ!"
"แต่ว่า เจ้าเต็มใจเชื่อใจข้าอย่างไร้เงื่อนไข และฟังคำข้าหรือไม่?"
เพื่อปลดล็อกระบบ เยี่ยนฉางเซิงก็ไม่สนแล้วว่าคนตรงหน้าจะโง่หรือไม่ เขาใช้กลยุทธ์หว่านล้อมทันที
"ท่านพ่อดีจริง...... ท่านพ่อเป็นคนที่สองที่บอกว่าหลิงเอ๋อฉลาดรองจากท่านแม่!"
"หลิงเอ๋อเต็มใจเชื่อท่านพ่อ......"
เยี่ยนหลิงเอ๋อยิ้มสดใส ทั้งที่หน้าช้ำบวมจนมองรูปหน้าจริงไม่ออก แต่รอยยิ้มนี้กลับหวานชื่นใจยิ่ง!
"หลิงเอ๋อเป็นเด็กดีจริง!"
เยี่ยนฉางเซิงรู้สึกใจละลาย นี่เป็นคนตระกูลเยี่ยนคนแรกนับตั้งแต่เล็กจนโตที่เชื่อใจเขา!
"ระบบงั่งเอ้ย ออกมาได้แล้ว!"
หันกลับมา เยี่ยนฉางเซิงก็เร่งเร้าระบบในใจทันที
"ติ๊ง: ขอแสดงความยินดีกับเจ้าบ้านที่ได้รับความเชื่อใจไร้เงื่อนไขจากคนในตระกูล ปลดล็อกระบบตระกูลบำเพ็ญเซียนที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างสมบูรณ์ นับจากนี้ไป นอกจากการลงทุนซ้อนทับแล้ว การลงทุนทุกประการสามารถคืนกลับเป็นสิบเท่า ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงพลังวัตร วิชาปราณ ทักษะต่าง ๆ ทรัพยากร ฯลฯ ตอนนี้ขอมอบรางวัลปลดล็อกดังต่อไปนี้แก่เจ้าบ้าน!"
"ติ๊ง: ขอแสดงความยินดีกับเจ้าบ้านที่ได้รับ 'คัมภีร์ปราณหมื่นวิถี' ซึ่งบรรจุเคล็ดวิชาฝึกฝนหมื่นประการ ทุกประการเทียบชั้นระดับจักรพรรดิ สามารถถ่ายทอดตามความเหมาะสมของคนในตระกูลแต่ละคนได้ ทุกครั้งที่เจ้าบ้านฝึกฝนสำเร็จเพิ่มขึ้นหนึ่งประการ พลังของตัวเองจะเพิ่มขึ้นทวีคูณ หากฝึกได้ครบหมื่นวิถี สำเร็จคัมภีร์ปราณหมื่นวิถี จะไร้ผู้ต่อกรชั่วนิรันดร์!"
"ติ๊ง: ขอแสดงความยินดีกับเจ้าบ้านที่ได้รับ 'เนตรรู้แจ้งมองคน' สามารถหยั่งรู้พรสวรรค์ของบุคคลใดก็ได้ในพริบตา!"
"ติ๊ง: ขอแสดงความยินดีกับเจ้าบ้านที่ได้รับถุงของขวัญปลดล็อกระบบ เจ้าบ้านจะเปิดทันทีหรือไม่!"
ผ่านมากว่ายี่สิบปี เสียงของระบบดังขึ้นในสมองอีกครั้ง เลือดลมของเยี่ยนฉางเซิงพลุ่งพล่านในพริบตา
"เปิดถุงของขวัญปลดล็อก!"
ไม่รีรอเลยสักนิด สติของเยี่ยนฉางเซิงจมลงสู่พื้นที่ระบบ
"ติ๊ง: ขอแสดงความยินดีกับเจ้าบ้านที่เปิดถุงของขวัญปลดล็อก ได้รับบ่อหลอมโลหิตหนึ่งบ่อ เตาหลอมร่างหนึ่งใบ ล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าสูงสุดในการนำปราณชุบร่าง แถมให้ศิลาวิญญาณหนึ่งพันก้อน!"
เสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง เห็นในพื้นที่ระบบขณะนี้ มีแผ่นหยกสืบทอด 'คัมภีร์ปราณหมื่นวิถี' เพิ่มขึ้นมาหนึ่งแผ่น ยังมีบ่อหลอมโลหิตหนึ่งบ่อ เตาหลอมร่างหนึ่งใบ และศิลาวิญญาณหนึ่งพันก้อน
"โห... นี่มันจะรวยแล้ว!"
นัยน์ตาของเยี่ยนฉางเซิงเปล่งประกาย เกือบจะร้องเสียงดังออกมาตรงนั้น
ที่จริงแล้ว ตระกูลเยี่ยนก็เคยรุ่งเรืองมาก่อน แต่เหตุการณ์นั้นผ่านมากว่าสองสามร้อยปีแล้ว
ตระกูลเยี่ยนตอนนี้ พูดว่าเป็นตระกูลบำเพ็ญเซียน อันที่จริงนับรวมเขาเข้าไปด้วยแล้ว สายเลือดตระกูลเยี่ยนมีไม่เกินยี่สิบคน
ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือท่านปู่ของเขา อยู่ขั้นเจ็ดของระดับนำปราณชุบร่าง นอกจากนี้ ผู้ที่อยู่ขั้นหกของระดับนำปราณชุบร่างมีไม่เกินสองคน ในโลกบำเพ็ญเซียนยังไม่ติดอันดับเลย พลาดพลั้งนิดอาจถูกกวาดล้างได้
ตระกูลที่ไม่ติดอันดับเช่นนี้ แม้แต่ศิลาวิญญาณสักร้อยก้อนก็ยังเอาออกมาไม่ได้ ที่สำคัญเมื่อปีนั้นบิดามารดาของเขาก็ถูกคนลอบสังหารเพราะศิลาวิญญาณเพียงสิบก้อน
ตอนนี้มีศิลาวิญญาณหนึ่งพันก้อน เยี่ยนฉางเซิงรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นมหาเศรษฐีแล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงเตาหลอมร่างกับบ่อหลอมโลหิตอีก
"โง่ก็อย่างไรได้ มีสมบัติล้ำค่าเหล่านี้ ข้าใช้เวลาแค่พริบตาเดียวก็ฝึกหลิงเอ๋อให้แข็งแกร่งกว่าท่านปู่ได้ ถึงตอนนั้นพวกสารเลวในตระกูลที่เคยไม่เชื่อข้า จะไม่ต้องมาคุกเข่าขอร้องให้ข้าชี้แนะหรือ?"
เยี่ยนฉางเซิงใจเต้นระทึก เหมือนมองเห็นวันที่คนในตระกูลเยี่ยนน้ำตานองหน้า มาสารภาพผิดต่อหน้าเขาว่ามีตาหามีแววไม่
ทันใดนั้น แขนของเขาแน่นเฟี้ยว
"ท่านพ่อ เมื่อไหร่ท่านจะสอนหลิงเอ๋อฝึกฝน?"
เสียงของเยี่ยนหลิงเอ๋อดังขึ้นที่ข้างหู เยี่ยนฉางเซิงลืมตามอง เนตรรู้แจ้งมองคนเปิดขึ้นในขณะนั้น ภาพที่มองเห็น ทำให้รูม่านตาของเขาพองโต ใจสั่นสะเทือนจนเกินบรรยาย!