“เพราะทั้งหมู่บ้านมีแค่บ้านฉันที่มีกระจกเต็มตัว” อาหนิวพูดราวกับเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
“กระจกธรรมดาใช้ไม่ได้ ต้องให้ไอ้พวกสารเลวนั่นเห็นศพทั้งร่าง ขาดขาไปข้างเดียว มันก็ยังคิดว่ายื้อชีวิตไว้ได้”
กู้หม่านถึงกับพูดไม่ออก แก่นสำคัญของงานนี้กลับเป็นกระจกเต็มตัวบานหนึ่ง
“นี่เป็นสินเดิมของแม่ฉัน” อาหนิวเช็ดกรอบกระจกอย่างระมัดระวัง “เดี๋ยวนี้กระจกมีค่ามาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบานใหญ่ขนาดนี้”
เขาถอนหายใจ น้ำเสียงจริงใจอย่างยิ่ง “ฉันหัวทึบ ปลูกเห็ดก็ไม่เป็น เลี้ยงหนอนขาวก็ไม่รอด ตัดเย็บเสื้อผ้าหรือซ่อมเครื่องมือก็ไม่รู้อะไรสักอย่าง”
“มีดีแค่แรงเยอะหน่อย พอฆ่าปีศาจอ่อนแอได้สองสามตัว ก็ลากกลับมาสกัดเป็นขี้ผึ้งน้ำมันศพ แลกของกินของใช้”
“งานนี้อันตราย ขี้ผึ้งน้ำมันศพก็กันปีศาจได้ไม่ทุกชนิด ถ้าเจอกระแสปีศาจเข้า ต่อให้ควรจะรอดก็ไม่รอดอยู่ดี”
อาหนิวเติมฟืนเข้าไปใต้เตา น้ำเสียงหม่นลง
“จริง ๆ ฉันยังอยากหาภรรยาสักคน แต่ยุคนี้ แค่เลี้ยงตัวเองให้รอดก็เก่งแล้ว ใครจะอยากอยู่กับคนเก็บศพอย่างฉัน”
กู้หม่านฟังแล้วนึกถึงเนื้อหาในหนังสือปกขาว
เพราะได้รับผลกระทบจากหมอกเทา พืชส่วนใหญ่จึงเติบโตไม่ได้ มีเพียงไม่กี่ชนิดที่ปรับตัวเข้ากับหมอกเทาได้ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นวัชพืชกับต้นไม้ประหลาด กินไม่ได้ทั้งนั้น
ในโลกนี้ แค่ไม่อดตายก็ถือว่ามีฐานะปานกลางแล้ว ถ้ากินอิ่มได้ก็เรียกเจ้าที่ดินได้เลย
อาหนิวอย่างมากก็เป็นแค่แรงงานที่ดิ้นรนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างอิ่มกับอด
“อย่าเพิ่งหมดหวัง นายมีบ้านมีฝีมือ ยังไงก็ถือว่าเป็นหนุ่มโสดคุณภาพ” กู้หม่านตบไหล่เขา
