กระสอบทั้งห้าใบถูกยัดจนพองแน่น มีอยู่ใบหนึ่งถูกเข็มเลือดแทงทะลุ ซากแมลงไหม้เกรียมกำลังร่วงกราวออกมาจากรูไม่หยุด
กู้หม่านหยิบเชือกป่านขึ้นมา พันรอบรอยขาดหลายรอบแล้วรัดปมให้แน่น
“มัดตัวเล็กเจ็ดตัวไว้บนรถ ตัวใหญ่แบกไป”
แมลงสี่ตัวถูกมัดขาแล้วห้อยไว้ข้างรถเข็นทั้งสองฝั่ง ส่วนอีกสามตัววางพาดทับบนกระสอบ ก่อนใช้เชือกป่านไขว้มัดจนแน่น
รถเข็นทั้งคันอัดแน่นจนแทบไม่มีที่ว่าง พอเพลาขยับเพียงนิดเดียวก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะรับน้ำหนักไม่ไหว
อาหนิวเดินไปยืนข้างแม่ยุงหนังคนด้วยตัวเอง
“ตัวใหญ่ฉันแบกเอง”
“ไหล่ขวานายบวมแล้วนะ”
“ข้างซ้ายยังใช้ได้”
อาหนิวหลบแผลแล้วพาดแม่ยุงไว้บนไหล่ซ้าย หนังคนแห้งเหี่ยวแนบกับแผ่นหลัง แขนผอมแห้งสองข้างห้อยจากหัวไหล่ลงมาถึงอก
มองจากไกล ๆ เหมือนผู้หญิงผอมจนเหลือแต่หนังคนหนึ่งกำลังเกาะอยู่บนตัวเขา
กู้หม่านเหลือบมองอยู่สองครั้ง
“กลับไปอย่าให้เมียสองคนของนายเข้าใจผิดล่ะ”
“เดี๋ยวจะนึกว่านายออกไปตบยุงแป๊บเดียว แล้วหิ้วผู้หญิงกลับมาด้วยอีกคน”
“ผู้หญิงบ้านไหนหน้าตาแบบนี้กัน?”
“ปิดไฟแล้วก็เหมือน ๆ กันหมดแหละ”
อาหนิวครุ่นคิดอยู่สองวินาที แล้วพยักหน้าเสียอย่างนั้น
โคมศพที่ผ่านการเสริมพลังสองดวงแขวนอยู่หัวท้ายรถเข็น แสงขาวเย็นแผ่เป็นวงคุ้มกันทั้งคู่ ขณะค่อย ๆ เคลื่อนผ่านความมืด
ยุงดูดเลือดธรรมดาแถวนั้นกระจายตัวไปหมดแล้ว
มีเสียงกรีดร้องดังมาจากหมอกเทาไกล ๆ เป็นครั้งคราว แต่ไม่มีอะไรกล้าเข้ามาใกล้รถเข็นที่บรรทุกศพอาถรรพ์เต็มคัน
กู้หม่านกับอาหนิวเข็นรถอยู่คนละข้าง ล้อบดผ่านทางรกร้าง เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังต่อเนื่องไปจนถึงหมู่บ้านเสี่ยวสือ
พอเข้าถึงเขตที่พัก ซิ่วซิ่วกับลี่ลี่ก็ได้ยินเสียง จึงถือโคมศพเดินออกมาจากบ้านหิน
ทั้งสองมองเห็นกู้หม่านก่อน จากนั้นก็เห็นกระสอบเต็มรถ แล้วสุดท้ายสายตาจึงไปหยุดที่อาหนิว
