ฉันเลี้ยงเธอมา เพื่อให้ไปแต่งกับคนอื่นเหรอ?

ฉันเลี้ยงแกจนโต แต่ให้แกไปแต่งกับคนอื่นเนี่ยนะ

7 นาที· 1.5K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 1 แกกล้าร้องไห้ซักแอะลองดู!

เขตบ้านพักที่อยู่ห่างจากโรงเรียนมัธยมต้นในเครือโรงเรียนมัธยมอวิ๋นเฉิงหนึ่งไปไม่กี่ช่วงตึก...

รถเบนซ์สีดำคันหนึ่งค่อย ๆ แล่นเข้ามาในหมู่บ้าน และหยุดลงที่หน้าตึกสามในที่สุด

ประตูรถเปิดออก หญิงชราผู้มีสีหน้าอ่อนโยนก้าวลงมาก่อน พร้อมเงยหน้ามองตึกสูงด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็หันไปมองเด็กชายที่ลงจากรถอีกฝั่ง

“เสี่ยวอานิง พวกเรามาถึงแล้วจ้ะ”

เด็กชายได้ยินเช่นนั้น มือเล็ก ๆ ก็กำชายเสื้อแน่น สีหน้าเผยความไม่สบายใจและตื่นเต้น

หญิงชราให้คนขับรถถือสัมภาระที่ไม่มากนัก แล้วพาเด็กชายขึ้นตึกไป

มาถึงห้อง 801 เด็กชายยิ่งตื่นเต้นกว่าเดิม ไม่รู้ว่าพี่สาวที่คุณยายหลินพูดถึงจะรังเกียจตัวเองหรือเปล่า

กดออดแล้ว สายตาของเด็กชายก็จับจ้องไปที่ประตูสีดำสนิทโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วบีบชายเสื้อแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

คุณยายหลินยิ้มพลางลูบหัวเด็กชายอย่างปลอบโยน “เสี่ยวอานิง ไม่ต้องตื่นเต้นนะ พี่สาวสกุลเหยียนเป็นคนดีมากเลยนะ เธอน่ะ...”

ยังไม่ทันที่คุณยายหลินจะพูดจบ ประตูห้องก็ถูกเปิดออก

เห็นเพียงเด็กสาวสวยผมดำยาว ใบหน้างดงาม โผล่ครึ่งตัวออกมามอง แล้วก็ยิ้มแย้มถามว่า “คุณยาย มาได้ยังไงคะ”

คุณยายหลินหัวเราะ “ยายก็คิดถึงหลานนี่นา”

......

ในห้องนั่งเล่นที่ไม่ใหญ่นัก คุณยายหลินจูงมือเล็ก ๆ ที่ค่อนข้างดำคล้ำของเด็กชายนั่งลงบนโซฟาสีขาวสะอาด

สัมผัสที่นุ่มนวล โซฟาที่ขาวสะอาด ในอากาศอบอวลด้วยกลิ่นหอมชวนดม...

ทีวีจอใหญ่ โซฟาตัวใหญ่ ห้องนั่งเล่นกว้าง โต๊ะอาหารตัวใหญ่ ระเบียงกว้าง...

เฟอร์นิเจอร์ที่...แพงมาก ๆ แบบที่เด็กชายไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจและตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก

ถึงขนาดรู้สึกว่า ตัวเองไม่สมควรนั่งบนโซฟาที่สะอาดแบบนี้ และยิ่งไม่สมควรบุกเข้ามาใน...บ้านของพี่สาวหน้าตาดีคนนี้

“คุณยาย ดื่มชาก่อนนะ ทานข้าวหรือยังคะ”

เด็กสาวสวยในชุดอยู่บ้านยกถาดน้ำชาเดินเข้ามา แล้วนั่งลงข้าง ๆ คนชราอย่างเป็นธรรมชาติ

คุณยายหลินตอบรับสองสามคำแล้วพูดกับเด็กชายว่า “เสี่ยวอานิง นี่คือคุณหนูเหยียนจือรั่ว หรือพี่สาวสกุลเหยียน ที่ยายเคยเล่าให้ฟังไง”

เด็กชายได้ยินก็เงยหน้าขึ้นมองพี่สาวคนสวยคนนั้นอย่างระมัดระวัง แล้วรีบก้มหน้าลงอีกครั้ง ส่งเสียงตอบเบา ๆ หนึ่งครั้ง ปากน้อย ๆ ขยับอึกอัก ท้ายที่สุดก็ไม่เอ่ยคำทักทายพี่สาวสกุลเหยียนออกไป

“รั่วรั่ว เด็กคนนี้คือ...”

แต่ยังไม่ทันที่คุณยายหลินจะพูดจบ เหยียนจือรั่วก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ ท่าทางไม่เป็นมิตรอย่างยิ่ง ถึงแม้คนตรงหน้าคือยายที่รักเธอมากที่สุด น้ำเสียงของเธอก็ยังแฝงความเย็นเยือก

“คุณยาย ถ้าเป็นลูกของผู้หญิงคนนั้น รับมาจากไหนก็ส่งกลับไปที่นั่นนะคะ ถ้าเป็นคุณสกุลเหยียนที่ให้ยายเอามาไว้กับหนู ก็บอกเขาด้วยว่าให้คิดถึงผลที่จะตามมาให้ดี”

คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของคุณยายหลินขมขื่นขึ้นมาทันที ส่วนเด็กชายตัวสั่นเทา ก้มหน้าน้อย ๆ ลงลึก มือขวากำชายเสื้อไว้แน่น ไม่กล้าพูด ไม่กล้าแม้แต่มองใคร

เขารู้สึกว่า คงเป็นเพราะตัวเองทำให้พี่สาวหน้าตาดีคนนี้โกรธ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรให้เธอโกรธ

“เด็กคนนี้นา ให้ยายพูดให้จบก่อนสิ” เมื่อรู้สึกถึงตัวสั่นและความกลัวของเด็กชายที่อยู่ข้าง ๆ คุณยายหลินก็จนใจยิ่งนัก แล้วพูดต่อว่า “เด็กคนนี้เป็นหลานของเพื่อนร่วมรบของปู่แก ชื่อหยางอวี้หนิง คนแก่ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล ดูแลไม่ไหวน่ะ”

เหยียนจือรั่วได้ฟัง ท่าทีที่เย็นชาก็อ่อนลงเล็กน้อย แต่ในใจก็ยังไม่ยินยอมอย่างยิ่ง

“แล้วยายพาเขามาที่นี่ทำไมคะ”

“ปู่แกจะจัดการให้เสี่ยวอานิงเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมต้นในเครือโรงเรียนมัธยมหนึ่งของพวกเรา ปีนี้เขากำลังจะขึ้นชั้นมัธยมต้นปีหนึ่งพอดี แกก็รู้ว่าปู่แกสุขภาพไม่ดีแล้ว... พ่อแม่แกก็ก่อเรื่องแบบนั้นอีก ตอนนี้ยายดูแลปู่แกอยู่ ก็ไม่มีเวลาว่าง...”

“เพราะฉะนั้น... ยายตั้งใจจะ... โยนเด็กนี่ให้หนูดูแลเนี่ยนะ หนูเพิ่งจะอายุเท่าไหร่เอง”

เหยียนจือรั่วยกนิ้วเรียวยาวขาวผ่องขึ้นมาชี้จมูกโด่งของตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ ดวงตาเบิกกว้าง

คุณยายหลินยิ้มและพยักหน้า แม้จะรู้ว่าทำแบบนี้ไม่ค่อยเหมาะสมนัก แต่ตอนนี้หลานสาวกับลูกชายก็ไม่ถูกกันอย่างรุนแรง เกือบจะตัดขาดความเป็นพ่อลูกกันแล้ว และก็ไม่ยอมกลับไปอยู่บ้านเก่ากับยายด้วย

ให้อยู่ข้างนอก ยายก็กังวลว่าหลานสาวจะเอาแต่สิ้นคิดและทำร้ายตัวเองเพราะเรื่องวุ่นวายในครอบครัว

พอดีหลานของเพื่อนร่วมรบของปู่น่ารักและรู้ความมาก เก็บไว้กับหลานสาว ก็ถือว่าให้เธอไม่มีเวลาไปคิดถึงเรื่องจิปาถะในบ้านมากนัก บางที... ก็จะได้ไม่มีกะจิตกะใจไปเดินทางผิดเสียด้วย

เหยียนจือรั่วเห็นยายพยักหน้า แล้วหันไปมองเด็กที่เหมือนก้อนถ่านดำตัวเล็ก ๆ ก็รู้สึกราวกับว่าฟ้าทั้งผืนถล่มลงมา

“นี่คือข้าวของเครื่องใช้ของเสี่ยวอานิง เอกสารเข้าเรียน และข้อมูลส่วนตัว พรุ่งนี้ต้องไปลงทะเบียนแล้วนะ แกเป็นพี่สาว พรุ่งนี้อย่าลืมพาเขาไปทำความรู้จักโรงเรียนให้ดีด้วย...”

คุณยายหลินกำชับเรื่องต่าง ๆ อย่างละเอียดลออ...

แต่เหยียนจือรั่วกลับฟังไม่เข้าหูเลยแม้แต่น้อย ได้แต่นั่งเหม่ออยู่บนโซฟาเช่นนั้น จนกระทั่งยายลุกขึ้น เธอถึงได้รู้สึกตัว

“คุณยาย เรื่องนี้ไม่...”

แต่เพิ่งเอ่ยปาก คุณยายหลินก็เอื้อมมือมาลูบหัวเธอพลางพูดอย่างจริงจังว่า “หลานจะดูแลเสี่ยวอานิงอย่างดี ใช่ไหม”

คุณยายหลินจากไปแล้ว เหมือนกับได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างเด็ดเดี่ยว

เหยียนจือรั่วยืนมองยายที่รักเธอมากที่สุดปิดประตูห้องให้ด้วยสายตาเลื่อนลอย ราวกับยังไม่ทันเข้าใจว่าในเวลาสิบกว่านาทีสั้น ๆ นี้ ตัวเองได้ประสบอะไรไปบ้าง

ทันใดนั้นก็มีเสียงกรุบกริบดังขึ้น พร้อมกับเสียงใสซื่อสั่นเล็กน้อยดังขึ้น

“พี่สาวสกุลเหยียน...”

เหยียนจือรั่วหมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟดูด มองเด็กตรงหน้าที่ยัง... รูปร่างผอมแห้ง ดูแล้วสูงไม่ถึงหนึ่งเมตรสามด้วยซ้ำ ผมเผ้ารุงรัง ผิวค่อนข้างคล้ำ มือสองข้างหยาบกร้าน เสื้อผ้าเก่า ๆ เชยจนไม่ไหว... ไอ้เด็กบ้านนอกนี่

“ใครเป็นพี่สาวแก!”

เกือบจะเป็นสัญชาตญาณ เหยียนจือรั่วตวาดขึ้นมา

นั่นทำให้หยางอวี้หนิงตัวสั่น ก้มหน้ามองปลายรองเท้าตัวเอง ใจเต้นกลัวจนถึงขีดสุด

เขาอยากกลับบ้าน อยากกลับไปหาคุณปู่ ขอแค่มีคุณปู่อยู่ด้วย ทุกอย่างก็จะดีเอง

แต่เขารู้ว่า ตอนนี้กลับไปไม่ได้ หลังจากถูกลุงจ้าวเพื่อนบ้านพามาที่นี่แล้ว

เหยียนจือรั่วไม่สนใจไอ้เด็กบ้านนอกนี่ต่อ รีบวิ่งไปที่ระเบียงแล้วก้มมองลงไป รถของคุณยายเลี้ยวลับมุมตึกไปแล้ว

หยางอวี้หนิงเหลือบมองสีหน้าของพี่สาวสกุลเหยียน แต่ไม่กล้าสบตา จึงพูดอย่างหวาดกลัวว่า “ขอโทษครับ”

เหยียนจือรั่วได้ยินก็เกิดโทสะพลุ่งพล่านขึ้นในใจอย่างไร้สาเหตุ ชีวิตของตัวเอง อุตส่าห์กำลังจะเข้าที่เข้าทางแล้ว แต่นี่อะไร เด็กเมื่อวานซืนคนหนึ่งถูกยายลากมาจากไหนก็ไม่รู้แล้วโยนมาให้ตัวเอง

ตัวเองเพิ่งจะอายุเท่าไหร่ เพิ่ง 16 ปี!

ยายเป็นบ้าอะไรเนี่ย!

โดยเฉพาะเมื่อเห็นรอยเปื้อนสะดุดตาบนโซฟาสีขาวสะอาดของตัว และเรื่องที่ต้องเผชิญต่อจากนี้ไป เหยียนจือรั่วก็รู้สึกว่าตัวเองแทบบ้า

มือเล็ก ๆ ของหยางอวี้หนิงวางไม่ถูกที่ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น เขารู้สึกได้ว่า พี่สาวสกุลเหยียนโกรธมาก

เป็นเพราะตัวเองหรือเปล่า ต้องใช่แน่ ๆ

บางทีอาจเป็นเพราะการก้าวเข้าสู่สภาพแวดล้อมที่แปลกใหม่อีกครั้ง บางทีอาจเป็นเพราะต้องเผชิญหน้ากับคนที่รังเกียจเขา หรือบางทีอาจเป็นเพราะบรรยากาศที่อึมครึมจนแทบหายใจไม่ออกนี่

แปะ...

น้ำตาหยดใหญ่ไหลร่วงลงมาจากแก้มของเด็กชาย รวมอยู่ที่คางและในที่สุดก็หยดลงบนพื้นกระเบื้องมันวาวอย่างเกินจะทานทน

เสียงดังแสบแก้วหูมาก

เหยียนจือรั่วขมวดคิ้วแน่น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะจู่ ๆ ก็มีภาระร้อนผุดขึ้นมา หรือเพราะถูกการกระทำไร้เหตุผลของยายทำให้โมโห หรือเพราะไอ้เด็กเมื่อวานซืนตรงหน้ากำลังจะร้องไห้งอแง

มือทั้งสองของเธอกำหมัดแน่น น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับรอยแยกของธารน้ำแข็ง

“แกกล้าร้องไห้ซักแอะลองดู!!”

......

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com

ความคิดเห็น

0/1,000 · ระบบจะเซ็นเซอร์คำไม่เหมาะสมอัตโนมัติ

ยังไม่มีความคิดเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นในตอนนี้