บทที่ 82
“คงเป็นพวกพระสนมสติฟั่นเฟือนในตำหนักเย็นทางโน้นกระมัง ไม่ต้องใส่ใจหรอก” จูฮั่นอวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“อย่างนั้นหรือ คงเป็นข้าได้ยินผิดไปกระมัง” สวี่ชิงชื่อได้ยินเช่นนั้นก็โล่งอก เขาก็ว่าแล้ว เป็นหลี่จือเหวยไปได้อย่างไร ยามนี้หลี่จือเหวยควรพักรักษาบาดแผลอยู่ที่ตระกูลหลี่มิใช่หรือ
ในที่สุดเหวยจิ้งอานก็พบหลินจื่ออี้ จึงรีบรุดเข้าไปหาด้วยความตกใจ
“ฮูหยิน เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่” เหวยจิ้งอานเห็นหลินจื่ออี้ที่ซูบเซียวอย่างยิ่ง ก็พลอยตกใจไปด้วย
ห่างกันเพียงสองวัน เหตุใดนางจึงทำให้ตนเองอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้
“ท่านพี่ ฮือ ๆ...” เมื่อหลินจื่ออี้เห็นเหวยจิ้งอาน ในที่สุดก็กลั้นไว้ไม่อยู่ ร่ำไห้ออกมา นางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เหตุใดจู่ ๆ นางจึงหมดสติไป แล้วเหตุใดหลี่จือเหวยจึงหายตัวไป
หลินจื่ออี้หวาดกลัวอย่างยิ่ง ทั้งกังวลว่าหลี่จือเหวยจะถูกคนลักพาตัวไป และกังวลว่าหลี่จือเหวยอาจเป็นบุคคลอันตรายที่คิดจะทำร้ายฮ่องเต้และคนอื่น ๆ
“ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว” ยามนี้เหวยจิ้งอานไม่สนแล้วว่าพวกเขายังอยู่ในวังหลวงหรือไม่ เขาดึงนางเข้ามากอดแล้วปลอบโยน
แม้ปกติหลินจื่ออี้จะดูเป็นคนเปิดเผยไม่คิดมาก แต่เหวยจิ้งอานรู้ดีว่าฮูหยินของตนเป็นเพียงเด็กสาวขี้ขลาดคนหนึ่ง
นางเป็นคนเรียบง่าย ไม่มีความคิดซับซ้อนมากมาย
ทันทีที่สวี่เฮ้อหมิงก้าวเข้ามาในห้อง ก็เห็นทั้งสองกำลังกอดกัน
สวี่เฮ้อหมิงขมวดคิ้วในตอนแรก แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่หลินจื่ออี้เพิ่งประสบมา ก็ไม่ได้กล่าวอะไร
