หนิงซีส่ายหน้า "ไม่เป็นไร"
เธอไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว
ถึงแม้จะเจออันตรายจริง ๆ ก็ยังแอบเข้าไปในมิติเพื่อหลบภัยได้
พูดถึงมิติ จู่ ๆ เธอก็นึกถึงพืชผลในไร่ดินดำ อีกไม่นานก็จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว คงต้องหาโอกาสไปตลาดมืดสักครั้ง ดูว่าจะเอาธัญพืชในมือไปขายแลกเงินได้หรือเปล่า
เพราะมีเงินในมือถึงจะไม่ตื่นตูม
ทางเดินบนรถไฟคนเบียดเสียดเต็มไปหมด นอกจากคนแล้วยังมีสัตว์ปีกเป็น ๆ หนิงซีเดินเลี่ยงห่านตัวใหญ่ที่ยืดคอร้องแควก ๆ อย่างยากลำบาก มุ่งหน้าไปห้องน้ำ
วินาทีต่อมา ด้านหลังก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วตามมา
"ตึง"
มีคนชนเธอ
ทางเดินในตู้รถไฟแคบ คนชนออกแรงเยอะมาก
หนิงซีกระแทกเข้ากับผนังตู้เหล็กทันที หัวไหล่เจ็บแปลบ ร่างกายซีกนั้นชาหมด เธอขยี้แขนและยืดตัวตรง เงยหน้ามอง
เป็นสวี่เจียวเจียวอีกแล้ว
"โอ๊ะ ไม่เป็นไรใช่ไหม"
สวี่เจียวเจียวอุทานเสียงดังเกินจริง แล้วยื่นมือออกมาทำท่าจะช่วย
"ขอโทษจริง ๆ นะ เมื่อกี้รถไฟสั่นแรงเกินไป ฉันยืนไม่อยู่ ไม่ได้ชนเธอเจ็บใช่ไหม"
ปากก็พูดเสแสร้ง แต่ในตากลับเต็มไปด้วยเจตนาร้าย
หนิงซีขยับเขยื้อนแขน แววตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
เธอรู้ทันเจตนาของสวี่เจียวเจียวดี ว่ามันก็แค่อยากฉวยโอกาสแก้แค้น เพราะคิดว่าจะปัดความผิดไปให้รถไฟ แล้วเธอจะได้จำยอมโดนแกล้งเงียบ ๆ
หึ ฝันไปเถอะ
"เพี๊ยะ"
หันมือกลับก็เป็นฝ่ามือที่กังวานใส
ก่อนสวี่เจียวเจียวจะทันตั้งตัว หนิงซีก็กะพริบตากวางน้อยไร้เดียงสาพลางกล่าวขอโทษ
"โอ๊ะ ขอโทษจริง ๆ นะ เมื่อกี้รถไฟสั่นอีกแล้ว ฉันควบคุมตัวเองไม่อยู่ ไม่ได้ตบเธอเจ็บใช่ไหม"
