เฉาซินโหรวดื่มยาสัตว์ที่ใช้ผสมพันธุ์สำหรับปศุสัตว์เข้าไป แถมยังผ่านอารมณ์ปรารถนามาอีกรอบ ดวงตาทั้งคู่ของนางจึงพร่าเลือนอยู่นาน กว่าจะกลับมามีจุดโฟกัสอีกครั้ง สมองที่ยุ่งเหยิงก็เริ่มแจ่มชัดขึ้นทีละน้อย
เมื่อครู่ เหมือนว่า...
พอเห็นใบหน้าขนาดใหญ่ที่ขยายเข้ามาของฟางจื้อกังตรงหน้าชัด ๆ สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปฉับพลัน
“เป็นเจ้าได้ยังไง!”
คนที่พลอดรักหวานซึ้งกับนางไม่ควรเป็นเจียงเฉิงเป่ย์หรอกหรือ?
แผนของนางกับเถียนกุ้ยหลันคือใส่ยาสัตว์ลงในน้ำแกงไก่ของเจียงเฉิงเป่ย์ เถียนกุ้ยหลันรับหน้าที่ดึงหนิงซีออกไป ส่วนนางจะเป็นคนคอยบรรเทาอาการให้เจียงเฉิงเป่ย์ตอนยาออกฤทธิ์ แต่นี่เจียงเฉิงเป่ย์หายไปไหน?
นางจำได้ว่าพอหนิงซีออกไป เจียงเฉิงเป่ย์ก็บอกว่าไม่สบาย
จากนั้นก็กลับเข้าห้องนอน แล้วยังปิดประตูห้องอีก นางคิดว่าจะรอให้ยาของเจียงเฉิงเป่ย์ออกฤทธิ์ก่อนค่อยเข้าไป ต่อมา...ต่อมาก็เหมือนว่าร่างกายเริ่มร้อนขึ้น รุ่มร้อนไปทั้งตัว พอหลังจากนั้นนางก็จำอะไรไม่ได้เลย
ในความเลือนรางนั้นเหมือนรู้สึกว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามากอดนาง
นางคิดว่าคนนั้นคือเจียงเฉิงเป่ย์ ดังนั้นจึงไม่ได้ปฏิเสธ แถมยังตอบสนองอย่างเร่าร้อน
แต่เจียงเฉิงเป่ย์กลายเป็นฟางจื้อกังได้อย่างไร?
แล้วยังมี หลี่ซิ่วอิง นางก็อยู่ที่นี่ด้วย เสียงของนางดังขนาดนั้น แค่ตะโกนครั้งเดียวก็สามารถเรียกคนทั้งเขตบ้านพักครอบครัวออกมาได้หมด หากใครมาเห็นสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยของนางกับฟางจื้อกังแบบนี้...
จบกัน
จบเห่กันถ้วนหน้า
เห็นเฉาซินโหรวไม่ยอมตอบตนสักที ฟางจื้อกังก็รู้สึกหงุดหงิดพลุ่งขึ้นมาในใจ
เห็นว่ามีคนทยอยเดินมาดูความครึกครื้นกันเรื่อย ๆ แล้ว เขาจึงย้ำเสียงถามซ้ำอีกครั้ง
