ถวนถวนเล่นตะเกียงทองแดงน้อยในมือพลางเอ่ยว่า “งามยิ่งนัก”
เฉิงหรูอันกล่าวว่า “ถวนถวน ในเมื่อเปิดได้แล้ว ก็นำไปให้องค์หญิงใหญ่ทอดพระเนตรเถิด”
สาวใช้ได้ยินดังนั้น ก็เร่งรุดลงจากขั้นบันได มายังโต๊ะของจวนหนิงอ๋อง
ทว่าถวนถวนกลับส่ายหน้า
เว่ยชิงเฉิงเห็นดังนั้นก็เอ่ยขึ้นทันที “จวิ้นจู่ยึดสิ่งนี้เป็นของตนแล้ว ถึงขั้นไม่ยอมให้องค์หญิงใหญ่ทอดพระเนตรเชียวหรือ”
เฉิงหรูอันตวัดสายตามองไปคราหนึ่ง แววตาเย็นเยียบดุจคมมีด
เว่ยชิงเฉิงส่งเสียงเย็นในลำคอ แล้วเบือนหน้าไปทางอื่น ไม่กล้าสบตาท้าทายกับฮูหยินหนิงอ๋อง
มือน้อยของถวนถวนลูบคลำไปทั่วตะเกียงทองแดงไม่หยุด ราวกับกำลังค้นหาสิ่งใด แต่ก็ยังจับทางไม่ถูก
กู้หว่านชิงข่มความขุ่นเคืองในใจไว้ได้เพียงผิวเผิน แล้วส่งเสียงเหยียดหยาม “ก็แค่นี้กระมัง!”
สิ้นเสียงนาง ก็เห็นดวงตาของถวนถวนเปล่งประกายขึ้น มือน้อยทั้งสองจับปลายทั้งสองข้างของตะเกียงทองแดง บิดอย่างแรง
“กึ๊ก!” เสียงเบาๆ ดังขึ้น ตะเกียงทองแดงพลันแยกออกเป็นสองซีก ถวนถวนค่อยๆ ดึงปลายทั้งสองออกจากกันอย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นไข่มุกส่องแสงยามค่ำคืนเม็ดมหึมา ที่ใหญ่พอๆ กับไข่นกพิราบ
นางหยิบไข่มุกส่องแสงยามค่ำคืนออกมา แล้วชูขึ้นเหนือศีรษะ “ท่านแม่! ดูนี่!”
พลันเห็นไข่มุกนั้นเปล่งแสงเจิดจ้าต้องตาออกมาในทันใด แตกต่างจากไข่มุกส่องแสงยามค่ำคืนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
รัศมีบริสุทธิ์ส่องผ่านเปลือกไข่มุกออกมากระจายไปทั่วทิศ เนรมิตเป็นมวลหมู่วิหคและบุปผานานาพันธุ์ที่ราวกับมีชีวิตจริง ทั้งยังมีเทพธิดาร่ายรำเริงระบำเป็นเงางามตระการตา!
