บทสนทนาตอนเช้าจบลง ซูวานไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องของลู่ซือเฉิน
แปดนาฬิกา เธอก้าวเข้าห้องผ่าตัด
วันนี้มีผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจสองเคสติดกัน เคสแรกคนไข้หญิงอายุห้าสิบสองปี ลิ้นไมทรัลปิดไม่สนิทขั้นรุนแรง หัวใจห้องล่างซ้ายขยายใหญ่ชัดเจน หากไม่ผ่าตัดอีก หัวใจล้มเหลวภายในครึ่งปีเป็นเรื่องแน่นอน
เคสที่สองซับซ้อนกว่า คนไข้อายุหกสิบเอ็ดปี ลิ้นเอออร์ติกตีบร่วมกับโรคหลอดเลือดหัวใจ ต้องทำบายพาสไปพร้อมกับการเปลี่ยนลิ้น
ซูวานยืนอยู่หน้าบรรยายศัลยกรรม ไฟฉายไร้เงาเหนือศีรษะส่องทั่วบริเวณผ่าตัดสว่างไสว เธอก้มหน้านิ้วมือจับเข็มเย็บแผล เย็บลิ้นหัวใจเทียมทีละเข็มอย่างประณีต
นิ้วของเธอยาว ข้อนิ้วชัดเจน เล็บตัดสะอาด ไม่มีการประดับใด ๆ มือคู่นี้บนเตียงผ่าตัดราวกับมีชีวิต ทุกการเคลื่อนไหวแม่นยำ มั่นคง สง่างาม
เพื่อนร่วมทีมวิสัญญีเฒ่าโจวทำงานด้วยกันมาสามปี ชื่นชมเธอในความใจเย็นมั่นคงไม่สั่นคลอนต่อเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุด
ไม่ว่าจะเจอเรื่องแย่ ๆ ก่อนผ่าตัดแค่ไหน ไม่ว่าคนไข้อาการวิกฤตเพียงใด ขอแค่ซูวานยืนอยู่หน้าเตียงผ่าตัด มือของเธอจะมั่นคงเสมอ จังหวะไม่เคยปั่นป่วน
ความเยือกเย็นนี้ไม่ใช่การแสร้งทำ แต่เป็นสัญชาตญาณที่ฝังลึกในกระดูก
“คุณหมอซู ความดันคนไข้เริ่มแกว่ง” เฒ่าโจวจ้องจอ monitor พูด
“เท่าไหร่”
“ซิสโตลิกแปดสิบห้า คงอยู่ครึ่งนาทีแล้ว”
ซูวานไม่แม้แต่จะเงยหน้า การเคลื่อนไหวในมือก็ไม่หยุด “ปริมาณเลือดไม่พอ เติมคริสตัลลอยด์อีกสองร้อย เพิ่มระดับการระงับความรู้สึกให้พอดี อย่าให้ตื้นเกินไป”
เฒ่าโจวรับคำแล้วทำตาม สามสิบวินาทีต่อมา ความดันก็ทรงตัว
พยาบาลเครื่องมือเซียวเฉินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แอบเงยหน้ามองซูวาน เหงื่อบาง ๆ เกาะที่หน้าผากของเธอ พยาบาลเวรเดินเข้ามา ใช้ผ้าก๊อซซับเหงื่อให้เบา ๆ
แสงไฟส่องลงบนใบหน้าของเธอ ทำให้เม็ดเหงื่อละเอียดเป็นประกาย หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าส่วนใหญ่ เหลือเพียงดวงตาเฉี่ยวคมที่หลุบต่ำ ขนตายาวทอดเงารูปพัด จดจ่อจนทำให้คนมองไม่อาจละสายตา
เซียวเฉินรู้สึกชื่นชมในใจ ความสวยของซูวานแตกต่างจากหน้าตามาตรฐานของเน็ตไอดอลโดยสิ้นเชิง เย็นชาและห่างเหิน ทำให้คนไม่กล้าเข้าใกล้
สิบเอ็ดโมงครึ่ง เคสแรกจบลงอย่างราบรื่น ซูวานแบ่งเวลาพักเที่ยงเพียงสิบห้านาที สลัดผักสำเร็จรูปหนึ่งกล่องกับกาแฟดำหนึ่งแก้ว เธอกินเร็วมาก แทบไม่เคี้ยวก็กลืนลงไป ราวกับเติมเชื้อเพลิงให้ร่างกาย ไม่ใช่เพื่อเพลิดเพลินกับอาหาร
ระหว่างกิน หลินน่วนโทรเข้ามา
หลินน่วนเป็นเพื่อนร่วมห้องสมัยมหาวิทยาลัย เข้าโรงเรียนแพทย์ปีเดียวกัน พักหอเดียวกัน เตียงสองชั้น นิสัยตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง ซูวานพูดน้อยและเย็นชา หลินน่วนอบอุ่นและเป็นกันเอง ซูวานแต่งตัวขาวดำเทาตลอดทั้งปี หลินน่วนชอบสีสันสดใส แต่ทั้งคู่กลับเป็นที่พึ่งที่แน่นหนาที่สุดของกันและกัน
“วานวาน คืนนี้เธอว่างไหม ฉันเจอร้านญี่ปุ่นอร่อยมาก ขอเลี้ยง”
ซูวานกลืนสลัดในปากลง “คืนนี้ไม่ว่าง มีธุระ”
“ธุระอะไร ต้องทำงานล่วงเวลาอีกเหรอ ฉันบอกแล้ว ถ้าเธอทำงานหนักขนาดนี้ต่อไป ลูกสาวเธอจะจำเธอไม่ได้แล้วนะ”
ซูวานหยุดชะงักเล็กน้อย ยกกาแฟขึ้นจิบ ความขมกระจายไปทั่วปลายลิ้น
“ไม่ได้ทำงานล่วงเวลา ฉันจะไปคุยกับลู่ซือเฉิน เรื่องบางอย่าง…”
ปลายสายเงียบไปสองวินาที หลินน่วนเป็นคนฉลาด เดาได้ทันทีว่าเสียงไม่ปกติ
“เรื่องอะไร เธอสองคนเป็นอะไรกัน”
ซูวานไม่ปิดบัง เสียงเบาลงมาก แต่พูดทุกคำชัดเจน “เขามีคนอื่น”
เงียบอีกสองวินาที แล้วเสียงหลินน่วนก็ดังขึ้นอย่างน้อยสองอ็อกเทฟ “อะไรนะ ใคร ใครหน้าไหนไม่รู้จักอาย เธอแน่ใจเหรอ”
“แน่ใจ” น้ำเสียงซูวานสงบราวกับไม่ใช่คนเพิ่งรู้ว่าสามีนอกใจ “พยาบาลคนหนึ่ง โพสต์朋友圈 หัวหน้าพยาบาลแคปหน้าจอส่งมาให้ฉันดู”
“บ้าจริง” หลินน่วนระเบิดที่ปลายสาย “ลู่ซือเฉินไอ้สารเลวนี่ เขาทำตอนเธอท้องใช่ไหม ไม่สิ ลูกสาวเธอเพิ่งขวบกว่า เขาทำตอนเธอคลอดเสร็จหรือเปล่า ฟังนะซูวาน รอฉันก่อน ฉันจะไปหาเธอตอนนี้ วันนี้ฉันลางาน ฉันไม่ทำงานแล้ว ฉันจะไปหามันคิดบัญชี—”
“หลินน่วน” เสียงซูวานไม่ดัง แต่สองคำนั้นก็ปิดสวิตช์ปากของอีกฝ่ายได้ “ไม่ต้องมา ฉันจัดการเองได้”
“เธอจะจัดการยังไง เธอทำอะไรก็ชอบแบกไว้คนเดียว เห็นแล้วฉันก็ทรมานใจ” น้ำเสียงหลินน่วนอ่อนลงทันที ปนความห่วงใยจริงใจ “วานวาน เธอไม่ได้อยู่คนเดียวนะ”
นิ้วซูวานที่กำโทรศัพท์อยู่กระตุกเล็กน้อย
“ฉันรู้” เธอพูด “คืนนี้ฉันคุยกับเขาตามลำพัง พรุ่งนี้ค่อยติดต่อเธอ”
วางสายแล้ว ซูวานดื่มกาแฟที่เหลือหมดในอึกเดียว ลุกขึ้นเก็บกล่องอาหาร เดินผ่านเคาน์เตอร์พยาบาล พยาบาลสาวคนหนึ่งเรียกเธอไว้
“คุณหมอซู มีคนส่งดอกไม้มาให้”
บนเคาน์เตอร์มีช่อดอกลีลาวดีสีขาวช่อใหญ่ ห่ออย่างประณีต การ์ดใบหนึ่งวางอยู่ในช่อดอกไม้ ซูวานหยุดเดิน หยิบการ์ดขึ้นมาอ่าน
【คุณหมอซู เมื่อวานการผ่าตัดสำเร็จ บิดาข้าพเจ้าให้มาขอบคุณ —— เซินมู่เฉิน】
ซูวานวางการ์ดกลับไป พูดกับพยาบาล “ส่งกลับไป ฉันไม่รับของจากคนไข้”
“แต่คุณหมอซู คนส่งดอกไม้บอกว่า—”
“ส่งกลับไป” ซูวานพูดซ้ำอีกครั้ง น้ำเสียงเด็ดขาดไม่ให้โต้แย้ง แล้วหันหลังเดินจากไป
พยาบาลสาวแลบลิ้น อุ้มช่อดอกไม้เตรียมส่งกลับ พยาบาลข้าง ๆ ยื่นหน้ามาดูชื่อบนการ์ด แล้วพึมพำ “เซินมู่เฉิน ชื่อนี้เหมือนเคยได้ยินที่ไหน”
บ่ายสามโมง เคสที่สองจบลง การยืนนาน ๆ ทำให้เอวซูวานปวดเมื่อยจนทนไม่ไหว เธอถอดหน้ากากและหมวกผ่าตัด ยืนหน้ากระจกในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ยกมือขึ้นนวดบั้นเอว
ข้างใต้เสื้อกาวน์สีขาวคือเสื้อไหมพรมสีดำ ทรงเข้ารูปเน้นเส้นเอวคอด จากการยืนผ่าตัดเป็นเวลานานทำให้รูปร่างได้สัดส่วน เอวเล็กเรียว ยิ่งขับให้ขาเรียวยาว
ผู้หญิงในกระจกเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า มีเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่ใสสว่าง ไม่ใช่แสงแห่งความยินดี แต่เป็นความสงบหลังการตัดสินใจทุกอย่างลงตัว
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ลู่ซือเฉินส่งข้อความมา “ผ่าตัดเสร็จประมาณหนึ่งทุ่มครึ่ง เสร็จแล้วจะกลับบ้าน”
ซูวานไม่ตอบ
เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า ไปรับลูกสาวที่บ้านแม่สามีก่อน หวังเหม่ยหลานวันนี้ไม่ได้เอ่ยเรื่องเงิน แต่ก็ไม่มีสีหน้าดี ๆ ให้ ยัดลูกสาวใส่กอดเธอ แล้วบ่นพึมพำ “เลี้ยงเด็กมาทั้งวัน เหนื่อยจะตาย”
ซูวานไม่ตอบโต้ กอดลูกสาวหันหลังเดินออกมา
กลับถึงบ้าน เธอวางลูกสาวในคอกกั้นเด็ก เปิดโทรทัศน์เปิดเพลงเด็ก แล้วเข้าครัวอุ่นอาหารเสริมให้ลูก เด็กน้อยกินเลอะเทอะเต็มหน้า ยิ้มกว้างใส่ซูวาน
ซูวานมองรอยยิ้มไร้เดียงสาของลูก มุมปากขยับเล็กน้อย สุดท้ายก็ไม่สามารถยิ้มตอบได้
เลี้ยงลูกจนอิ่ม อาบน้ำ เปลี่ยนชุดนอน เย่าเย่านอนลงบนเตียงเล็ก เด็กน้อยเชื่อฟังเป็นพิเศษ ไม่ร้องไห้งอแง มือเล็ก ๆ กําแน่น ๆ เอานิ้วของซูวานไว้ ไม่ยอมปล่อย
ซูวานนั่งที่ขอบเตียง ปล่อยให้ลูกสาวกุมนิ้วไว้ นั่งนิ่งอยู่นาน
สองทุ่มสิบนาที เสียงล็อกประตูดังขึ้น
ลู่ซือเฉินผลักประตูเดินเข้ามา เสื้อโค้ทสีกรมท่า ผ้าพันคอสีเทา มือถือกล่องข้าวสองกล่อง หน้าตาหล่อเหลาสุภาพ ยังคงดูเป็นสามีต้นแบบที่ทุกคนยกย่อง
“ยังไม่กินข้าวใช่ไหม ระหว่างทางซื้อมาสองอย่าง” เขายิ้มแกว่งถุงในมือ เดินเบี่ยงตัวเข้าประตู
ซูวานปิดประตู เดินตามเขาเข้าไปในห้องนั่งเล่น
ลู่ซือเฉินวางกล่องข้าวบนโต๊ะอาหาร ถอดเสื้อโค้ทพาดพนักเก้าอี้ หันไปมองลูกสาวในเตียงเล็ก ลดเสียงลง “เย่าเย่านอนแล้วเหรอ”
“อืม”
“วันนี้เชื่อฟังไหม”
“ปกติดี”
บทสนทนาสั้น ๆ จบลงทันที อากาศในห้องนั่งเล่นอึดอัดหนักอึ้ง ราวกับความเงียบก่อนพายุจะมา
ลู่ซือเฉินราวกับสัมผัสได้ถึงบางอย่าง หันมามองซูวาน เธอยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น สวมเสื้อไหมพรมสีน้ำเงินเข้ม ผมสยายพาดบ่า ไม่ได้แต่งหน้า แต่ใบหน้านั้นยังขาวจนเปล่งประกาย ความเย็นชาที่หางตายิ่งเข้มข้นกว่าปกติ
“วานวาน วันนี้เธอมีเรื่องจะพูดอะไร” น้ำเสียงลู่ซือเฉินยังดูผ่อนคลาย แต่สายตาเริ่มหลบเลี่ยง
ซูวานไม่ได้นั่ง ยืนอยู่ตรงนั้น มือทั้งสองข้างสอดในกระเป๋าเสื้อไหมพรม ไหล่ตรง หลังตั้งตรงราวกับต้นสน
“กินข้าวก่อนสิ” เธอพูด “กินเสร็จค่อยพูด”
“เธอเป็นแบบนี้ฉันจะกินลงได้ยังไง” ลู่ซือเฉินหัวเราะ แต่รอยยิ้มนั้นเริ่มฝืน “พูดตรง ๆ เลย เธอจะบอกว่าแม่ฉันพูดอะไรกับเธออีกหรือเปล่า ฉันบอกแล้วไง เธอพูดอะไรอย่าไปใส่ใจ เรื่องน้องชายฉันฉันจัดการเอง—”
“ลู่ซือเฉิน” ซูวานขัดขึ้น
แค่สามคำนี้ น้ำเสียงสงบราวกับอ่านเวชระเบียน แต่แผ่นหลังของลู่ซือเฉินกลับตึงเครียดขึ้นมา เธอไม่ค่อยเรียกชื่อเต็มแบบนี้ สองครั้งล่าสุด ครั้งหนึ่งตอนเช้า ครั้งหนึ่งตอนนี้
ซูวานมองเขา นัยน์ตาเฉี่ยวคมไร้คลื่นไหว ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเอง
“เมื่อวานเธอบอกว่าเธอเวร สี่ทุ่มสี่สิบเจ็ดนาที เธออยู่ที่ไหน”
ในห้องนั่งเล่นเงียบไปชั่วขณะ
สีหน้าลู่ซือเฉินเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เริ่มจากตะลึงเล็กน้อย ตามด้วยความว่างเปล่าชั่วครู่ จากนั้นเป็นความตื่นตระหนกหลังถูกจับได้ แต่เขารีบกดความตื่นตระหนกนั้นลงไป ปั้นรอยยิ้มขึ้นมาใหม่
“สี่ทุ่มสี่สิบเจ็ดนาที ใครจะจำได้ขนาดนั้น คงอยู่ในห้องตรวจละมั้ง มีอะไร”
ซูวานมองตาเขา ไม่ละสายตาแม้แต่วินาทีเดียว
“ร้านอาหารใกล้โรงพยาบาล ร้านไหนมีโซฟาหนังสีแดง”
“อะไรนะ”
“หรือว่าเธอจำไม่ได้ ต้องการให้ฉันช่วยทบทวนความจำไหม” เสียงซูวานยังคงสงบ แต่ทุกคำคมกริบราวกับมีดผ่าตัด
รอยยิ้มบนใบหน้าลู่ซือเฉินแข็งทื่อสนิท
เขาอ้าปาก อยากพูดอะไร แต่ก็พูดอะไรไม่ออก
ซูวานไม่รอคำตอบ เธอหันหลัง เดินไปที่ตู้รองเท้าหน้าประตู เปิดลิ้นชัก หยิบเอกสารหนึ่งชุดออกมา วางบนโต๊ะกาแฟ ผลักไปข้างหน้าเขา
นั่นคือเอกสารหย่าร้าง
ลู่ซือเฉินมองเอกสารนั้น รูม่านตาหดตัวอย่างรุนแรง เขาเงยหน้ามองซูวาน ราวกับเพิ่งรู้จักเธอเป็นครั้งแรก
“เธอ…เธอเตรียมไว้ตอนไหน”
“ตอนเที่ยงวันนี้” ซูวานพูด “ให้เพื่อนทนายช่วยร่าง เธอดูได้”
“ซูวาน” เสียงลู่ซือเฉินสูงขึ้นทันใด แต่เมื่อเห็นลูกสาวในเตียงเล็ก ก็รีบลดลง เหลือเพียงเสียงกระซิบ “เธอทำแบบนี้ไม่ได้ เธอต้องฟังฉันอธิบาย—”
“อธิบายอะไร” ในที่สุดซูวานก็มีอารมณ์ปั่นป่วนเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความเศร้า แต่เป็นความสงบที่เกือบจะโหดร้าย “อธิบายว่าเธอกับเธอคนนั้นเป็นอะไรกัน อธิบายว่าเธอคบกันมานานแค่ไหน อธิบายว่าทำไมเธอต้องโกหกฉัน ไม่ต้องแล้ว ลู่ซือเฉิน ฉันไม่ต้องการคำอธิบาย สิ่งที่ฉันต้องการคือเธอเซ็นเอกสารนี้”
ลู่ซือเฉินยืนอยู่ตรงนั้น ริมฝีปากสั่นระริก เขายื่นมืออยากจับมือซูวาน แต่ซูวานหลบไปด้านข้าง
“วานวาน ฉันขอร้อง อย่าทำแบบนี้เลย เรามีเย่าเย่า เธอเพิ่งขวบกว่า—”
“ตอนที่เธออยู่กับคนอื่น เธอเคยคิดถึงเย่าเย่าไหม” ซูวานย้อนถาม
ลู่ซือเฉินนิ่งอึ้งพูดไม่ออก
ซูวานหันหลังเดินไปที่เตียงเล็ก ก้มลงมองลูกสาวที่หลับใหล ใบหน้าเด็กแดงระเรื่อ หลับสบาย ไม่รู้เลยว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น
“ฉันให้เวลาเธอสามวันคิด” ซูวานหันหลังให้ลู่ซือเฉินพูด “ถ้าไม่ตกลง ก็ดำเนินการตามกฎหมาย”
พูดจบ เธอไม่หันกลับมาอีก ลู่ซือเฉินยืนอยู่ที่เดิมนานมาก นานจนเครื่องทำความร้อนในห้องทำให้ข้าวเย็นสนิท เขาก้มมองเอกสารหย่าร้างบนโต๊ะ กระดาษขาวบริสุทธิ์ ตัวอักษรชัดเจน ทุกข้อทุกมาตราละเอียดถี่ถ้วน
เขานึกถึงห้าปีก่อน ครั้งแรกที่เห็นซูวาน
ตอนนั้นที่โรงอาหารโรงพยาบาล เธอสวมเสื้อกาวน์สีขาว ผมรวบหางม้ามั่ว ๆ นั่งอยู่ที่มุมห้องกินสลัดผักจืดชืด เขาเดินเข้าไปทัก เธอเงยหน้ามอง他一眼 สายตาคู่นั้นใสและเย็น เหมือนสายน้ำในหุบเขาฤดูหนาว
ตอนนั้นเขารู้สึกเหมือนหัวใจเต้นพลาดจังหวะ ลมหายใจช้าลง สมองว่างเปล่าชั่วขณะ
สุดท้ายลู่ซือเฉินไม่ได้เซ็นเอกสารนั้น เขาวางเอกสารกลับบนโต๊ะ หยิบเสื้อโค้ท เดินไปที่ประตู ก้าวเท้าหยุดชะงัก เหมือนมีอะไรจะพูด
แต่เขาหันไปมองแผ่นหลังของซูวาน เธอนั่งอยู่ข้างเตียงเล็ก มือข้างหนึ่งวางบนผ้าห่มของลูกสาว นิ่งสนิท
เขาไม่พูดอะไร เปิดประตูเดินออกไป
ซูวานนั่งอยู่นาน นานจนเสียงรถนอกหน้าต่างจากที่วุ่นวายกลายเป็นห่าง ๆ เป็นครั้งคราว เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เห็นข้อความจากหลินน่วน “เป็นยังไงบ้าง”
เธอพิมพ์สามคำส่งไป “เปิดไพ่แล้ว”
หลินน่วนตอบกลับทันที “เขาสารภาพแล้วเหรอ”
“ไม่ต้องให้สารภาพ หลักฐานพอแล้ว”
“เธอโอเคไหม”
ซูวานมองสามคำนี้ นิ้วลอยอยู่เหนือหน้าจอนานหลายอึดใจ
สุดท้ายเธอพิมพ์หนึ่งคำ “โอเค”
ส่งเสร็จเธอล็อกหน้าจอ นอนลงข้างลูกสาว ซุกหน้าเข้าไปในผ้าห่มที่อบอวลด้วยกลิ่นนมของลูก
