เมืองลั่วหยาง คฤหาสน์ตระกูลตู
ภายในห้องหนังสือ เต็มไปด้วยความหรูหราโอ่อ่า
ตู้จงเหวยนั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือหลังโต๊ะหนังสือ กำลังอ่านจดหมายลับที่ส่งมาจากจังหวัดฝูโจว
“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
จู่ ๆ เขาก็ตบจดหมายลงบนโต๊ะหนังสือ แล้วหัวเราะเสียงดังอย่างเบิกบานใจ
“ลู่อันเหนียนผู้นี้ เดิมทีเปิ่นโหวคิดว่าเขาเป็นบุคคลสามเศียรหกกร ยึดจิงหลิงได้ พิชิตเหมียนหยางได้ ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้!”
ด้านหน้าข้างโต๊ะหนังสือ
เหลียวหลี่ ที่ปรึกษาคนโปรดแห่งคฤหาสน์ตระกูลตู สวมชุดคลุมผ้าไหมสีดำ มือถือพัดพับ เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ท่านเจ้านาย ในจดหมายว่าอย่างไรขอรับ?”
“เจ้าอ่านเองเถิด” ตู้จงเหวยเลื่อนจดหมายไปให้
เหลียวหลี่หยิบจดหมายขึ้นมา กวาดตามองอย่างรวดเร็ว
ในจดหมายเขียนรายละเอียดความเคลื่อนไหวของอำเภอจิงหลิงกับอำเภอเหมียนหยางในช่วงสองวันที่ผ่านมา รวมถึงเรื่องที่ลู่อันเหนียนสั่งให้ทหารและเจ้าหน้าที่ตรวจค้นห้องใต้ดินของตระกูลใหญ่ เพื่อรวบรวมเสบียงทหารสามหมื่นถัง ทั้งยังออกปล้นเสบียงจากชาวบ้านทีละบ้านตลอดทั้งคืน จนทั่วทั้งจังหวัดฝูโจวเต็มไปด้วยผู้คนอดอยากและเสียงร้องทุกข์ระงม
อ่านจดหมายจบ เหลียวหลี่กลับมิได้หัวเราะตาม หากขมวดคิ้วแน่นยิ่งกว่าเดิม
“ครึ่งเดือน เสบียงสามหมื่นถัง” ตู้จงเหวยยกถ้วยชาขึ้นจิบให้ชุ่มคอ ก่อนแค่นเสียงเย็นชา “เดิมทีข้าคิดว่าในคลังเสบียงของเขายังมีข้าวเหลือพอจะใช้ในการเก็บเสบียงทหารคราวนี้ แต่ดูท่าข้าจะประเมินเขาสูงเกินไป!”
“ยามนี้ ต่อให้เขาขูดรีดทั้งจังหวัดฝูโจวจนผิวหนังหลุดลอก ก็คงไม่มีทางเสกข้าวออกมาได้มากถึงเพียงนี้! ฝูโจวก็ยากจนข้นแค้นอยู่แล้ว ตระกูลใหญ่เหล่านั้นขูดรีดกันจนสุดกำลัง อย่างมากก็คงรวบรวมได้เพียงไม่กี่พันถัง ส่วนที่ขาดไป ข้าก็อยากรู้ว่าเขาจะหาอะไรมาเติม!”
ช่วงนี้ ลู่อันเหนียนทำให้เขาปั่นป่วนรำคาญใจมานาน บัดนี้ในที่สุดก็ได้ระบายความอัดอั้นออกมาเสียที
