ยามเที่ยงวัน ความวุ่นวายในทั่วทุกแห่งภายในเมืองสงบลงเกือบหมดแล้ว
ภายในอาคารเรือนของผู้คุมกำลังรักษาแคว้น โจวเต๋อเจิ้งจากไปแล้ว
หวังผู่กำลังถือสมุดเล่มหนึ่งรายงานผลการปฏิบัติการช่วงเช้าให้ลู่อันเหนียนฟัง ส่วนโจวซินกับหวังจิ้นยืนรออยู่ข้าง ๆ อย่างสงบเสงี่ยม
“คนในรายชื่อถูกควบคุมตัวไว้ครบแล้ว เงินทองและทรัพย์สินที่ยึดมาได้ล้วนลงบัญชีไว้เรียบร้อยแล้ว ขอท่านโปรดตรวจดู...” หวังผู่ยื่นสมุดบัญชีให้ลู่อันเหนียน
“นอกจากนี้ เรายังตรวจนับเสบียงและคลังเสบียงภายในเมืองไปเบื้องต้นแล้ว ผลที่ได้ไม่สู้ดีนัก หากคำนวณจากปริมาณสำรองในตอนนี้ อีกไม่ถึงหนึ่งเดือน ค่ายทหารก็จะเผชิญภาวะขาดแคลนเสบียง!”
“ส่วนบรรดาพ่อค้าข้าวรายใหญ่ในเมืองกับปริมาณข้าวสำรองนั้นยิ่งแย่กว่า หากไม่รีบหาทางหาเสบียง อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า อำเภอจิงหลิงอาจกลายเป็นนครเจียงหลิงอีกแห่ง...”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ น้ำเสียงของหวังผู่ก็เคร่งขรึมขึ้น
เขารู้ว่าลู่อันเหนียนมีเส้นทางขนเสบียงลับสายหนึ่ง ซึ่งแทบจะส่งเสบียงให้อำเภอชิงซานได้อย่างไม่ขาดสาย แต่ตอนนี้ยังต้องเลี้ยงดูอำเภอจิงหลิงเพิ่มอีกแห่ง เขาจึงไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร
ด้วยเหตุนี้ ในใจเขาจึงอดกังวลไม่ได้
“เรื่องเสบียงไม่ต้องเป็นห่วง!” ลู่อันเหนียนรับสมุดบัญชีมาเปิดดู พลางกล่าวต่อว่า “สิ่งเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้ คือรีบควบคุมกิจการทหารและการปกครองของอำเภอจิงหลิงให้ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน!”
“การกวาดล้างในวันนี้ แม้จะถอนรากถอนโคนคนสนิทของหวังเหยียนเชาได้แล้ว แต่หากไม่รีบหาคนมาแทนตำแหน่งที่ว่างลง กิจการภายในเมืองย่อมดำเนินไปอย่างติดขัด และอีกไม่นานก็จะเกิดปัญหาขึ้นอีก!”
“ท่านหวัง เรื่องนี้ข้ามอบให้ท่านจัดการทั้งหมด โจวซินกับหวังจิ้นจะคอยช่วยท่าน!”
