ซ่งสืออันสงสัยอยู่บ้าง เขาดึงกระดาษทิชชูออกมาเช็ดมือ “ไอพีระดับปรากฏการณ์เหรอ? แนวไหนล่ะ?”
จี้ซูเหยาดันแว่นขึ้น “แนวที่นายถนัดที่สุด ซีรีส์เทพเซียน เรื่องดังแห่งช่วงหลายปีมานี้ เรื่อง ‘เทพดับสูญ’”
กระดาษทิชชูในมือซ่งสืออันร่วงลงบนโต๊ะ เขามองจี้ซูเหยาอย่างไม่อยากเชื่อ “เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ? ผู้เขียน ‘เทพดับสูญ’ ไม่ใช่เหรอที่บอกว่าจะไม่ทำเป็นซีรีส์ บอกว่าถ้าดัดแปลงเป็นละครจะทำลายผลงานที่เขาทุ่มเทสร้างมา”
ยุคนี้แทบจะเหลือแค่ผีที่ยังไม่เคยเห็น ‘เทพดับสูญ’ ครองอันดับหนึ่งด้านความนิยมมาโดยตลอด เนื้อเรื่องให้น้ำหนักกับตัวละครหลายคน เขาเองก็เคยอดตาหามรุ่งหามค่ำอ่านจนจบ บอกได้เลยว่าโคตรสุด!!
ฉากที่ประตูขึ้นเซียนพังทลาย เขาอ่านซ้ำถึงสามรอบ ทุกครั้งที่เห็นซือชิงหลานชักแก่นมังกรออกมาปกป้องเศษเสี้ยววิญญาณเทพของเทพผู้ทรงเกียรติ เขาก็ขนลุกซู่ทุกที
จี้ซูเหยาพูดพลางยิ้ม “บริษัททุ่มเงิน 50 ล้านหยวนซื้อลิขสิทธิ์เรื่องนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มงาน แค่สร้างฉากจริงก็ใช้เงินไปไม่น้อยกว่าหลายร้อยล้านแล้ว ที่จริงบทตัวละครวางตัวนักแสดงไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ยังไม่ทันเซ็นสัญญา เจ้าตัวก็ไอดอลพังเสียก่อน”
“วงการบันเทิงคงได้เจ๊งเข้าสักวัน” ซ่งสืออันถอนใจ “ฉันเล่นเป็นใครเหรอ? อย่าบอกนะว่าเป็นพระเอก”
จี้ซูเหยาส่ายหน้าอย่างจนใจ “ต่อให้นายอยากเล่นก็ไม่ถึงคิวนายหรอก พระเอกเป็นคนที่ผู้เขียน ‘เทพดับสูญ’ เลือกเองกับมือ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ขายลิขสิทธิ์”
พูดจบ สายตาของเขาก็เลื่อนไปหยุดที่ชามใบใหญ่ซึ่งใหญ่กว่าหน้าซ่งสืออันเสียอีก “กินให้น้อยหน่อย ตั้งใจกับซีรีส์เรื่องนี้ด้วย ฉันจะให้หลินฟานคอยจับตานาย เรื่องที่พวกนายสองคนแอบไปกินเลี้ยงกันบนเขาคราวก่อนยังไม่ได้คิดบัญชีนะ”
